ภารกิจที่ 11 “ไอทีและเอไอเพื่อการบริหารจัดการ”
บางส่วนจาก “ชุดหนังสือเพราะเธอเป็นลมหายใจ เล่มที่ 11”
อว. ผู้อยู่เบื้องหลังระบบไอทีและเอไอสู้วิกฤติโควิด-19
“เมื่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นไปอย่างรวดเร็ว การทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างปัญญาประดิษฐ์ จึงมีตัวเร่งที่ชื่อว่า “เวลา” มากดดัน จากระยะเวลาการทำงานหลักปีลดเหลือเพียงหลักเดือน แต่ท้ายที่สุด ทุกหน่วยงานและทุกคนทำงานในกระทรวง อว. ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านไอทีและเอไอที่นำไปใช้งานฝ่าวิกฤติได้เป็นผลสำเร็จ”
“จากใจชาว อว.”
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนออกมาเป็นระบบอันชาญฉลาดที่ช่วยเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลและประมวลผลออกมาภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่กว่าระบบต่าง ๆ จะใช้งานได้จริงบนหน้าจอสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือกว่าจะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ไปกำหนดมาตรการหรือนโยบายได้ ต้องแลกมาด้วยความกดดันอันหนักอึ้งบนบ่าของนักวิจัยที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาอันกระชั้นชิด เพื่อให้เกิดผลกระทบหรือความสูญเสียต่อประชาชนน้อยที่สุด
หน้าถัดไปจึงเป็น 6 ความในใจจาก 6 ผู้บริหารและนักวิจัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ผู้มีบทบาทในการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรมไอทีและเอไอออกไปใช้งานในสถานการณ์จริง ซึ่งด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังมีข่าวคราวการแพร่ระบาด ทีมวิจัยได้สร้างระบบเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นมาได้ทันต่อความต้องการอย่างน่าเหลือเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ความภาคภูมิใจที่ผลงานของพวกเขาได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลต่อการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลในวันข้างหน้าอย่างแท้จริง
วิกฤติการณ์ครั้งนี้ ทำให้เราทุกคนเห็นว่า เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะเพิกเฉยต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ ดังที่เห็นได้จากผลงานของหลากหลายหน่วยงานที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและดูแล ตั้งแต่รากฐานการใช้ชีวิตของคนในสังคมไปจนถึงการสร้างระบบขนาดใหญ่เพื่อรองรับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนทั้งประเทศ
นับตั้งแต่การระบาดระลอกแรก การติดตามผู้ติดเชื้อและการตีวงล้อมผู้สัมผัสใกล้ชิดและผู้มีความเสี่ยงสูงเพื่อควบคุมการระบาดยังเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้เกิด ‘DDC-Care’ แอปพลิเคชันติดตามและประเมินผู้มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ๆ ที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารสถานการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคได้ติดตามอาการของผู้มีความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด และอีกด้านหนึ่งยังช่วยให้ผู้มีความเสี่ยงสูงได้ประเมินสุขภาพของตนเองเป็นระยะ แต่เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ และสถานการณ์เปลี่ยนไป ทำให้การติดตามเป็นไปได้ยากขึ้น ภายหลังจึงมีการยกเลิกแอปฯ นี้ไปในที่สุด แต่ถึงกระนั้น DDC-Care ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่น่าจะสามารถต่อยอดไปใช้ประโยชน์ได้อีกมาก
ด้านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นกัน โดยได้มอบทุนสนับสนุน ‘ระบบวิเคราะห์และรายงานการสวมใส่หน้ากากของประชาชนแบบ Real-Time’ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนใส่หน้ากากป้องกันตนเอง ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า ‘AI Mask’ ซึ่งคิดค้นโดยทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) โดยทำงานร่วมกับกล้อง CCTV ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีผู้คนสัญจรจำนวนมาก
สำหรับภารกิจดูแลผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ได้มีการนำระบบปฏิบัติการ ‘A-MED Telehealth’ จากการพัฒนาของศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เชื่อมต่อบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วยเข้าไว้ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาล พร้อมเชื่อมโยงระบบกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อความสะดวกสบายในการเบิกจ่าย
ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนข้อมูลเชิงพื้นที่ให้กับศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก. ศบค.) ด้วยระบบบูรณาการข้อมูลในรูปแบบแผนที่และ Dashboard ที่มีชื่อว่า ‘GISTDA COVID-19 iMAP’
อีกภารกิจที่สำคัญไม่แพ้ใครในการต่อสู้กับโควิด-19 ต้องยกให้กับ ‘ระบบติดตามตรวจสอบย้อนกลับโซ่ความเย็นวัคซีนโควิด-19' โดยศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ (LogHealth) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อีกเช่นกัน ซึ่งระบบดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการขนส่งวัคซีนต้านโควิด-19 เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อกระจายวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว สามารถตรวจสอบและเรียกคืนได้หากเกิดปัญหา
—————————
สำหรับผู้ที่สนใจอ่านชุดหนังสือ ‘เพราะเธอเป็นลมหายใจ’ เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าและถอดบทเรียนการทำงานและความร่วมมือของชาว อว. เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้ก้าวผ่านวิกฤติการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา สามารถคลิกอ่านได้ที่ https://bit.ly/MHESIagainstCOVID19