กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้ความสำคัญและตอบรับ นโยบาย และจากแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566 - 2570 ได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนา และความต้องการบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 คือ จำนวนบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม 40 คนต่อประชากร 10,000 คน ซึ่ง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 27 คนต่อ ประชากร 10,000 คน นอกจากการผลิตนักวิจัยให้ได้ตามจำนวนเป้าหมายแล้ว ยังได้กำหนดในเชิงคุณภาพ
1) ให้มีทักษะสูงที่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมของประเทศ 2) การผลิตและพัฒนาที่สอดคล้องกับ ความต้องการของสังคม การพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น 3) รวมทั้งการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพและพัฒนา เพื่อยกระดับความเป็นเลิศทางวิชาการและศาสตร์อื่น ๆ และภายใต้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดจึงเป็นความท้าทาย ในการบริหารเพื่อพัฒนานักวิจัยตามความต้องการของประเทศโดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้มีนักวิจัย ที่มีเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและคุณภาพ พร้อมทั้งมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สามารถสร้างความรู้ทางวิชาการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถนำความรู้ทางวิชาการดังกล่าว มาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ
ด้วยแนวคิด “งานวิจัยที่สร้างผลกระทบต่อประเทศ ไม่ได้เกิดจากนักวิจัยเพียงคนเดียว แต่เกิดจาก การสร้างคน เชื่อมโยงให้เกิดการทำงานเป็นทีม และสร้างเครือข่ายวิจัยที่เข้มแข็ง ตั้งแต่นักวิจัยรุ่นใหม่ ตลอดจน นักวิจัยอาวุโส” ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรมของประเทศ จึงร่วมกันจัดตั้ง “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” ในปี พ.ศ. 2565 เพื่อสนับสนุนนักวิจัย ดีเด่นแห่งชาติ หรือนักวิจัยที่มีประสบการณ์ มีศักยภาพเทียบเคียงได้กับนักวิจัยระดับศาสตราจารย์ หรือนักวิจัย ความสามารถสูงที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการ มีประสบการณ์ในการทำงานที่แสดงถึง ความร่วมมือระหว่างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เปิดกว้างสำหรับกลุ่มวิจัยในหลากหลายศาสตร์ ครอบคลุม ทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เพื่อให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายมิติ ส่งเสริมให้เกิดการทำงานในรูปแบบกลุ่มวิจัย ที่ครอบคลุมความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี ที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบ นิเวศน์วิจัย สร้างผลงานวิจัยที่มีศักยภาพสูงพร้อมตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ
โดยกำหนดตัวชี้วัดสำคัญ เป็นการยกระดับงานวิจัยให้ก้าวไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งการสร้าง องค์ความรู้ใหม่ การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างผลกระทบในวงกว้าง เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มบริหาร แผนงานและทรัพยากรได้อย่างยืดหยุ่น โดยมี วช. และ สวทช. ร่วมสนับสนุน ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงาน ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมา ระหว่างปี พ.ศ. 2565 - 2569 ได้สนับสนุนกลุ่มวิจัย 15 กลุ่ม ในหลากหลายสาขา ครอบคลุมทั้งการแพทย์และสุขภาพ เกษตรและอาหาร เทคโนโลยีอวกาศ วัสดุศาสตร์ พลังงานและไบโอรีไฟเนอรี เทคโนโลยีการก่อสร้าง รวมถึงสังคมศาสตร์ สะท้อนถึงความหลากหลายของศักยภาพ กลุ่มวิจัยไทย และโอกาสในการต่อยอดผลงานวิจัยในหลายมิติ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง จึงเป็นมากกว่า การสนับสนุนทุนวิจัย แต่เป็นกลไกในการสร้างผู้นำ สร้างทีม และสร้างเครือข่ายวิจัยที่เข้มแข็ง เพื่อเปลี่ยน องค์ความรู้ให้เป็นผลงานที่ใช้ได้จริง และสร้างผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว”
ดังนั้น วช. และ สวทช. จึงได้สานต่อความร่วมมือดังกล่าว ภายใต้ “โครงการทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย ศักยภาพสูง (ระยะที่ 2)” เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบูรณาการความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทุนวิจัย สนับสนุนการพัฒนากลุ่มวิจัยศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและการพัฒนาประเทศที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา บุคลากรและสถาบันความรู้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยการพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ มีทักษะ ตลอดจนการสร้างความรู้จากการวิจัยในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เพื่อผลิตผลงานวิจัยและถ่ายทอดความรู้ที่มีประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิชาการ รวมถึงส่งเสริม และสนับสนุนนักวิจัยของไทยในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกให้เข้าสู่ระบบวิจัยและนวัตกรรม ส่งเสริมให้เกิด เครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย และสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม โดยในปี พ.ศ. 2565 วช. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดตั้งโครงการ “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” โดยมีวัตถุประสงค์ ๑) ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยไทย เพื่อให้เกิดกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็งทำงานเป็นทีม และมีโครงสร้าง การพัฒนานักวิจัยอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนักศึกษา นักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยรุ่นกลาง จนถึงนักวิจัยอาวุโส ๒) สร้างและบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อสร้างผลกระทบ และความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยสอดคล้อง กับความจำเป็น และความต้องการของประเทศ ๓) สร้างโอกาสการวิจัยและการใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ เช่น ด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน ด้านนโยบาย และ ๔) สร้างเครือข่ายการวิจัยระดับชาติ และระดับนานาชาติเพื่อผลักดันผลผลิตงานวิจัย รวมถึงการสื่อสารข้อค้นพบทางวิชาการให้กับสังคมและชุมชน และการตอบสนอง ต่อปัญหาวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ
สำหรับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง เป็นการสนับสนุนนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ หรือนักวิจัย ที่มีประสบการณ์ มีศักยภาพเทียบเคียงได้กับนักวิจัยระดับศาสตราจารย์ หรือนักวิจัยความสามารถสูงที่มีผลงาน โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือด้านสังคมศาสตร์ หรือ ด้านมนุษยศาสตร์ มีประสบการณ์ในการทำงานที่แสดงถึงความร่วมมือระหว่างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งมีความสามารถในการเป็นผู้นำกลุ่มวิจัย สามารถเชื่อมโยงกับการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานการวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อนำไปสู่การสร้างความเป็นเลิศทางการวิจัยและพัฒนาของประเทศ อย่างยั่งยืน เป็นการสร้างโอกาส และส่งเสริมการเติบโตของกลุ่มนักวิจัยไทย เพื่อผลิตผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและ แสดงศักยภาพเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ และผลักดันการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ ประเทศหรือจัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยผู้ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง จะได้รับการยกย่องเป็น “นักวิจัยศักยภาพสูง”