Q&A คำถาม – ตอบ

คำถาม – ตอบ
การ Recall Full Proposal ต้องให้หน่วยงานรับรองหรือไม่ ถ้าต้องให้รับรอง ต้องภายในเวลาเท่าใด

ควรให้หน่วยงานรับรอง ภายในกำหนดเวลาของแต่ละทุน

สามารถดูแบบฟอร์มที่ใช้ในการเขียนข้อเสนอโครงการสำหรับงบประมาณแต่ละประเภทได้ที่ไหน

www.nriis.go.th ►คู่มือและเอกสารเผยแพร่ ►คู่มือการใช้งานระบบ ►แบบฟอร์มข้อเสนอโครงการ แบบฟอร์มแผนปฏิบัติการกดที่นี่: Download เอกสารระบบ NRIIS

หากการยื่นข้อเสนอไม่ผ่าน จะได้รับแจ้งพร้อมเหตุผลหรือไม่/ อย่างไร

จะมีการแจ้งผลผ่านระบบ NRIIS

สามารถดูรายละเอียดทุน วช. ได้ที่ไหน

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.nrct.go.th หรือ NRIIS ในเมนู ข่าวประกาศ / ข่าวทุนวิจัย หรือ Facebook : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

การยื่นขอทุนต้องส่งเอกสารตัวจริง (Hard Copy) มาที่ วช. หรือไม่

ไม่ต้องส่งเอกสารตัวจริง (Hard Copy) มาที่ วช. แต่นักวิจัยต้องกรอกข้อมูลในระบบ NRIIS ให้ครบถ้วน

นักวิจัยไม่สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลในระบบ NRIIS ได้ ต้องทำอย่างไร

สามารถติดต่อผู้ประสานหน่วยงาน เพื่อขอสิทธิ์เข้าใช้งานระบบ โดยดูรายชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ประสาน หน่วยงานได้ที่ "ตรวจสอบบัญชีชื่อในระบบ" วิธีการใช้งานคือ ระบุเลขหมายบัตรประจำตัวประชาชนของนักวิจัยและคลิก ค้นหา จะปรากฏข้อมูลของนักวิจัยในระบบ รวมถึงรายชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ประสานหน่วยงาน

คุณสมบัติของนักวิจัยผู้ขอรับทุน มีอะไรบ้าง

ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนจะต้องเป็นบุคลากรในภาครัฐหรือเอกชนที่มีสภาพเป็นนิติบุคคล โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ - มีสัญชาติไทย มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย และมีหลักฐานการทำงานมั่นคง - มีประสบการณ์ รวมทั้งศักยภาพในการดำเนินการ และบริหารการวิจัยและนวัตกรรม มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดีในวิทยาการด้านใดด้านหนึ่งในข้อเสนอที่ขอรับทุน มีศักยภาพ ความพร้อมด้านวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ที่จะดำเนินการได้สำเร็จ - สามารถปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยและนวัตกรรมได้ทันที และตลอดระยะเวลาที่ได้รับทุน รวมทั้งสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีคุณภาพ - เป็นผู้มีจรรยาบรรณนักวิจัยและนวัตกรรม - กรณีอยู่นอกเหนือจากคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการที่ วช. แต่งตั้ง ทั้งนี้ คุณสมบัติจะขึ้นอยู่กับการประกาศรับของแต่ละทุนที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะนั้นๆ

นักวิจัย 1 ท่าน สามารถเสนอขอรับทุนได้กี่โครงการ

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการประกาศฯ รับ ทั้งนี้ หากเสนอขอรับหลายโครงการ ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ให้ทุนทราบด้วย และการเปิดรับทุนวิจัยจะเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด ผู้ให้ทุนจะสามารถเห็นข้อมูลของนักวิจัยว่าเสนอขอในกลุ่มเรื่องไหน จากแหล่งทุนใด

นักวิจัยที่ค้างงาน สามารถเสนอขอรับทุนได้หรือไม่

นักวิจัยที่มีงานค้างตั้งแต่ปี 2551-2560 จะต้องดำเนินการปิดโครงการเดิมให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถขอรับทุนได้

หากนักวิจัยติดค้างทุน วช. หรือแหล่งทุนใน PMU อื่นๆ สามารถเสนอขอรับทุนได้หรือไม่

ตามเงื่อนไขและการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมของ วช. นักวิจัยที่เป็นผู้อำนวยการแผนงานและหัวหน้าโครงการต้องไม่ติดค้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับทุนอุดหนุนใดๆ ที่ได้สิ้นสุดตามสัญญารับทุนฯ แล้ว ไม่ว่าจะติดค้างทุน วช. หรือติดค้างทุนจากแหล่งทุนอื่น

สิทธิ์ในงานวิจัยเป็นของผู้ใด

ในสัญญารับทุน ข้อ 11 ระบุไว้ว่า “ทรัพย์สินทางปัญญาในผลการวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นของผู้ให้ทุนแต่ผู้เดียว เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นก่อนการลงนามสัญญานี้ ส่วนการจัดสรรประโยชน์และการรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามระเบียบของผู้ให้ทุนที่จะประกาศใช้บังคับต่อไป” แต่กรณีที่จะมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน จะต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงเรื่อง “ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาและการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากสัญญารับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมหรือสัญญารับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโครงการวิจัยให้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน 2. การบริหารทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามระเบียบ ประกาศ หรือข้อบังคับของผู้ให้ทุน 3. การจัดสรรผลประโยชน์ให้เป็นไปตามระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์ของผู้ให้ทุน 4. ผู้รับทุนต้องส่งสำเนาเอกสารยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ให้ทุนทราบภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่ดำเนินการ 5. ในกรณีที่มีการดำเนินการเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้ทุนทุกครั้ง และการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือมีรายได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องดำเนินการตามระเบียบที่ผู้ให้ทุนกำหนด และแจ้งให้ผู้ให้ทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 30 วัน นับแต่ดำเนินการ 6. ผู้ให้ทุนมีสิทธิ์ตรวจสอบการดำเนินการใดๆ ในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย และผู้ให้ทุนสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเป็นผู้ทรงสิทธิ์ร่วมตามบันทึกแนบท้ายฉบับนี้ โดยการแจ้งยกเลิกเป็นหนังสือ ภายใน 30 วัน นับแต่ผู้ให้ทุนมีข้อสงสัยว่าจะปิดบังข้อมูลหรือการนำผลงานไปเผยแพร่และถ่ายทอดให้บุคคลอื่นโดยไม่แจ้งให้ผู้ให้ทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

นักวิจัยชาวต่างชาติสามารถขอรับทุนได้หรือไม่

ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้รับทุนตามประกาศฯ ทั้งนี้ ในส่วนของ วช. สามารถเสนอรับทุนได้ ในฐานะผู้ร่วมวิจัยหรือหัวหน้าโครงการวิจัยย่อยภายใต้แผนงานวิจัยในกรณีที่เป็นบุคลากรในสังกัดมหาวิทยาลัย โดยจะต้องมีหนังสือรับรอง/ยืนยันว่าเป็นบุคลากรภายใต้สังกัดนั้น

หากต้องการเสนอของบประมาณในการทำวิจัยมากกว่า 1 ปี นักวิจัยสามารถเสนอขอในคราวเดียวได้หรือไม่

นักวิจัยสามารถเสนอขอในคราวเดียวได้ เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของโครงการ โดยระบุรายละเอียดที่ชัดเจนในปีที่ 1 ก่อน โดยจะพิจารณาและสนับสนุนจากผลสำเร็จของโครงการในปีที่ 1 ก่อนจึงจะพิจารณา สนับสนุนการเสนอขอในปีถัดไปได้ ขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธิ์ในปีที่ 1 แนวโน้มของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นและความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ๆ หรือเหตุผลทางวิชาการอื่นใด ตามมติของคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ

การรายงานการเงินต้องส่งใบเสร็จรับเงินตัวจริง มาพร้อมรายงานสรุปการเงิน/รายงานความก้าวหน้า หรือไม่

ไม่จำเป็นต้องส่งให้ วช. แต่หัวหน้าโครงการ/ผู้ทำวิจัยจ่ายเงิน ต้องเก็บหลักฐานรายละเอียดการจ่ายเงิน เตรียมไว้สำหรับกรณีการเรียกตรวจจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ตรวจสอบภายหลัง (ถ้ามี)

เมื่อได้รับอนุมัติเบิกเงินแล้ว (เช่น เงินงวดหลังส่งรายงานประจำปี, ค่าตอบแทนงวดสุดท้ายหลังสิ้นสุดโครงการ) จะได้เงินเมื่อไหร่

ประมาณ 1 สัปดาห์หลังอนุมัติ

จะต้องระบุรายละเอียดในใบสำคัญรับเงินในโครงการวิจัยอย่างไร

ขอให้ระบุโดยวงเล็บชื่อโครงการไว้ในใบเสร็จ เช่น ใช้เพื่อใช้จ่ายในโครงการวิจัย “.......”

สามารถส่งรายงานความก้าวหน้ามาพร้อมกันทั้งหน่วยงานได้หรือไม่

ได้ เนื่องจากสัญญารับทุน บางประเภททุน เป็นสัญญารวมทั้งหน่วยงานของทุนแต่ละประเภท เช่น - ทุนพัฒนานักวิจัยรุ่นกลาง - ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ - โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) - โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) เป็นต้น

สามารถทำรายงานความก้าวหน้าเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่

ได้ โดยปกติสามารถจัดทำรายงานความก้าวหน้าเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้

การจัดส่งรายงานความก้าวหน้า การขยายระยะเวลา การขออนุมัติเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายข้ามหมวด หรืออื่น ๆ สามารถดำเนินการอย่างไร

ขอให้หัวหน้าโครงการ/ผู้ทำวิจัย ส่งไฟล์เอกสารดังกล่าวตามที่ระบุในสัญญา มาให้เจ้าหน้าที่ทุนนั้นๆ ทางอีเมล์เป็นการล่วงหน้า หรือมาส่งเอกสารฉบับจริงด้วยตนเอง หรือ จัดส่งทางไปรษณีย์ มาที่ เจ้าหน้าที่ฝ่าย..............(ระบุฝ่ายที่ให้ทุน)............... กอง............(ระบุกองที่ให้ทุน)................................ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เลขที่ 196 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

กรณีที่ไม่สามารถดำเนินงานวิจัยหรือส่งผลผลิต ผลลัพธ์ได้ตามสัญญารับทุน หรือใกล้ระยะเวลาสิ้นสุดสัญญารับทุน สามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

วช. จะดำเนินการตามเกณฑ์การขยายระยะเวลาดำเนินงานวิจัย โดยนักวิจัยจะต้องทำหนังสือขออนุมัติขยายระยะเวลา เรียนถึง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ระบุเนื้อหาดังนี้ 1) รายละเอียดโครงการ (ชื่อหัวหน้าโครงการ, หน่วยงานต้นสังกัด, ชื่อทุน, ชื่อโครงการ, เลขที่สัญญา, ระยะเวลาดำเนินการ, วันที่สิ้นสุดโครงการ) 2) สาเหตุของการขออนุมัติขยายระยะเวลา และช่วงเวลาที่ต้องการขอขยาย อาจต้องมีการเปรียบเทียบตารางกิจกรรมเดิมกับกิจกรรมที่ต้องการขยายเวลาดำเนินการต่อไป 3) ต้องทำหนังสือแจ้ง วช. ให้ทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนสิ้นสุดสัญญา 4) หัวหน้าโครงการสามารถลงนามได้เอง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบของหน่วยงานต้นสังกัดด้วย

การเดินทางต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร

ต้องส่งแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 2 เดือน ทั้งนี้ การเดินทางได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาผู้เดินทางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่สามารถเบิกได้ตามเกณฑ์ และต้องมีหนังสือยินยอมรับผิดชอบจากทางมหาวิทยาลัย

หากทำเรื่องเดินทางต่างประเทศมาแล้วแต่ไม่สามารถเดินทางไปได้ต้องทำอย่างไร

ต้องจัดทำหนังสือแจ้งเลื่อนการเดินทาง โดยสามารถเลื่อนการเดินทางได้ 2 ครั้ง และหากสามารถเดินทางได้แล้ว ต้องส่งแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 2 เดือนมาใหม่

กรณีทุน คปก. พวอ. สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆ ได้จากที่ไหน

คปก. รุ่นที่ 17-21 สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซด์ของ คปก. เดิม (สกสว.)http://rgj.trf.or.th/main/home-th พวอ. ปี 2556-2562 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://rri.trf.or.th/ คปก. รุ่นที่ 22 และ พวอ. ปี 2563 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://nriis.nrct.go.th/

ครุภัณฑ์ที่ซื้อ เมื่อสิ้นสุดโครงการจะดำเนินการอย่างไร

เนื่องจาก ครุภัณฑ์ทุกรายการเป็นของผู้ให้ทุน ครุภัณฑ์ทุกรายการต้องคืน วช. กรณีที่หน่วยงานประสงค์จะใช้ครุภัณฑ์ต่อ เพื่อประกอบการศึกษาหรือสาธารณะ ก่อนสิ้นสุดโครงการจะต้องมีหนังสือแจ้งความประสงค์ขอใช้ครุภัณฑ์ต่อ พร้อมทั้ง ระบุเหตุผลที่ชัดเจน

หากไม่สามารถดำเนินการส่งผลผลิตได้ตามที่เสนอไว้ จะมีผลอย่างไรหรือไม่

นักวิจัยจะต้องมีรายละเอียดชี้แจงต่อผู้ตรวจสอบทางวิชาการเพื่อพิจารณาว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นตามวิชาการและนักวิจัยได้พยายามหาทางแก้ไขตามหลักวิชาการ หรือเป็นเหตุสุดวิสัยตามข้อกฎหมาย เช่น ภัยธรรมชาติ

ถ้าโครงการวิจัยยุตินักวิจัยจะติด Black List หรือไม่

การ Black List จะดำเนินการเมื่อนักวิจัยไม่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในสัญญาฯ เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการขอขยายสัญญาการขอคืนเงินทุนฯ ด้วยเหตุผลที่เหมาะสมตามสัญญา ข้อ 6 และ ข้อ 15 อาจพิจารณาว่าไม่ติด Black List ได้

การขอสิทธิ์เข้าใช้งานในระบบต้องทำอย่างไร

1) ติดต่อผู้ประสานหน่วยงานที่ตนสังกัด เพื่อดำเนินการให้สิทธิ์เข้าใช้งานระบบ 2) กรณีหน่วยงานไม่มีผู้ประสานหน่วยงานให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ วช.

การขอใช้งานระบบต้องทำอย่างไร

การเข้าใช้งานระบบจะต้องทำการสมัครเป็นนักวิจัยในระบบ NRIIS ก่อนแล้วจะได้รหัส จึงจะสามารถเข้าระบบเพื่อส่งข้อเสนอได้

การส่งข้อเสนอโครงการต้องทำอย่างไร

สามารถ Login เข้าระบบ NRIIS ด้วยรหัสของนักวิจัยแล้วจะมีหัวข้อทุนวิจัยที่เปิดรับ

ทุนที่เปิดรับสามารถดูรายละเอียดได้อย่างไร

สามารถดูรายละเอียดทุนที่เมนูข่าวประกาศหน้าระบบ หรือที่หน้าทุนวิจัยที่เปิดรับ สามารถคลิกที่ชื่อทุนเพื่อดูรายละเอียด

วิธีอัพโหลดไฟล์รายงานความก้าวหน้า เข้าสู่ระบบ NRIIS ต้องทำอย่างไร

1) ให้นักวิจัยเข้าสู่ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) URL : https://nriis.go.th 2) ไปที่แถบทางด้านซ้ายมือ >> คลิกที่ “โครงการที่ได้รับจัดสรร” 3) จากนั้นจะมีโครงการของนักวิจัยขึ้นมา >> ทางด้านขวามือ ให้คลิกที่ “รายงานผลการดำเนินงาน” 4) แถบด้านบน ให้คลิก “รายงานความก้าวหน้า” 5) ให้นักวิจัยไปที่งวดที่ต้องการส่งงาน แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และอัพโหลดไฟล์เข้าสู่ระบบ (หากมีมากกว่า 1 ไฟล์ ให้อัพโหลดในส่วนเอกสารอื่น ๆ ด้านล่าง)

ถ้าหากจะเข้าไปแก้ไขโครงการแต่กดยืนยันส่งข้อเสนอมาแล้วจะทำอย่างไร

ขอให้ Login เข้ารหัสนักวิจัย และ Post ที่ Webboard เพื่อแจ้งขอแก้ไขข้อเสนอโครงการพร้อมรหัสข้อเสนอ ข้อเสนอและหัวหน้าโครงการ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการแก้ไขให้ ทั้งนี้ ขอให้ดำเนินการก่อนเวลาปิดรับทุน เนื่องจาก เมื่อปิดรับทุนแล้วจะไม่สามารถแก้ไขให้ได้

เมื่อเสนอขอรับทุนแล้ว ผู้บริหารหน่วยงานจะกดรับรองได้ถึงวันไหน อย่างไร

สามารถกดรับรองได้หลังจากที่นักวิจัยในสังกัดกดยืนยันการส่งข้อเสนอแล้ว จนถึงวันที่ปิดรับข้อเสนอไปแล้ว 10 วัน หรือตามที่กำหนด

หากลืมรหัสผ่าน จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

1) ไปที่เมนูลืมรหัสผ่าน หรือคลิกส่งรหัสผ่านจากหน้าตรวจสอบบัญชีในระบบ โดยเมื่อคลิกส่งรหัสผ่านแล้ว ระบบจะส่ง อีเมลประมาณ 1 - 5 นาที 2) ตรวจสอบอีเมลที่ใช้สมัคร โดยระบบจะแจ้งชื่อสำหรับเข้าสู่ระบบและลิงก์เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ให้คลิกที่ลิงก์เพื่อกำหนดรหัสผ่านใหม่ (กรณีคลิกส่งรหัสผ่านมากกว่า 1 ครั้ง สามารถเลือกอีเมลใดก็ได้ โดยลิงก์เปลี่ยนรหัสผ่านจะหมดอายุภายใน 7 วัน หากมีการคลิกเปลี่ยนรหัสผ่านจากอีเมลใดแล้ว ลิงก์เปลี่ยนรหัสผ่านในอีเมลอื่นจะไม่สามารถใช้งานได้) 3) เมื่อคลิกกำหนดรหัสผ่านใหม่ จะปรากฏหน้าจอให้กำหนดรหัสผ่านใหม่ หรือคลิก Random password เพื่อให้ระบบออกรหัสผ่านให้ใหม่โดยอัตโนมัติ จากนั้นคลิก บันทึก (สามารถแก้ไขรหัสผ่านได้ในระบบ หลังจากที่เข้าสู่ระบบแล้ว)

การเพิ่มข้อมูลในระบบต้องทำอย่างไร

- ภาครัฐ จัดทำหนังสือขอเพิ่มชื่อหน่วยงานในระบบมาที่ วช. โดยหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ลงนาม - ภาคเอกชน จัดทำหนังสือพร้อมแจ้งเลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทที่ต้องการเพิ่มในระบบมาที่ วช. ลงนามโดยหัวหน้าหน่วยงาน

การเพิ่ม/เปลี่ยนแปลงชื่อผู้ประสานหน่วยงาน/หัวหน้าหน่วยงาน ต้องทำอย่างไร

1) กรณีมีผู้ประสานหน่วยงานคนเดิมอยู่แล้ว ให้ผู้ประสานหน่วยงานเป็นผู้เพิ่มบัญชีผู้ประสาน หรือบัญชีหัวหน้าหน่วยงาน 2) กรณียังไม่มีผู้ประสานหน่วยงานในระบบ ให้จัดทำหนังสือส่งมาที่ วช. พร้อมแจ้งข้อมูลผู้ประสานหน่วยงาน ได้แก่ ชื่อ - สกุลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เลขบัตรประจำตัวประชาชน อีเมล และเบอร์โทรศัพท์มือถือ

การแก้ไขหน่วยงานต้นสังกัดนักวิจัยต้องทำอย่างไร

เข้าระบบและไปที่เมนู ข้อมูลส่วนบุคคล ในหัวข้อสังกัด สามารถแก้ไขหน่วยงานที่ต้องการได้ เมื่อแก้ไขแล้วนักวิจัยจะไม่สามารถเข้าระบบได้ จนกว่าผู้ประสานหน่วยงานของหน่วยงานในสังกัดใหม่จะให้สิทธิ์เข้าระบบ

การขอรหัสเลขดีโอไอ (DOI) มีค่าใช้จ่ายหรือไม่

วช. ให้บริการออกรหัสเลขดีโอไอ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สามารถขอรหัสเลขดีโอไอ (DOI) ให้กับงานวิจัยรายบุคคลได้หรือไม่

ไม่สามารถทำการขอได้ แต่สามารถขอในนามของหน่วยงานได้เท่านั้น

หากโครงการจะมีการจดสิทธิบัตร จะดำเนินการอย่างไร

1. นักวิจัยทำหนังสือแจ้ง วช. 2. นักวิจัยดำเนินการขอจดสิทธิบัตร

สามารถเข้ารับการอบรมจริยธรรม การวิจัยในมนุษย์พื้นฐานและที่เกี่ยวข้องช่องทางใด

1) อบรมจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์พื้นฐาน : เว็บไซต์สำนักงานมาตรฐานการวิจัยในมนุษย์ ชื่อระบบการจัดความรู้ (Learning Management System: LMS) โดยไม่เสียค่าลงทะเบียน 2) อบรมด้านการปฏิบัติการทางคลินิกที่ดี Good Clinical Practice (GCP) โดยเสียค่าลงทะเบียน ผ่านระบบ CITI program (Collaborative Institutional Training Initiative at the University of Miami) 3) อบรมด้านการปกป้องสิทธิและสวัสดิภาพของอาสาสมัครผู้เข้าร่วมการวิจัย Human Subject Protection โดยเสียค่าลงทะเบียน ผ่านระบบ (Protecting Human Research Participants: PHRP course) 4) ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับการอบรมด้าน จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จากสถาบันการศึกษา/โรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัย ที่ได้ทำระบบสำหรับบุคลากร และสำหรับบุคคลภายนอกโดยเสียค่าลงทะเบียน

ผู้วิจัยภายนอก/นักวิจัยอิสระ/ เอกชน สามารถขอรับการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์จากช่องทางใดได้บ้าง

1) ทาง วช. โดย วช.จะเป็นผู้พิจารณาในเบื้องต้น จากคุณสมบัติ ดังนี้ - ผู้วิจัยภายนอกจากสถาบันต้นสังกัดที่ไม่มี EC/RB - สถาบันต้นสังกัดไม่มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา/ โรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัยที่มี EC/IRB - ผู้ร่วมการวิจัยจากสถาบันที่ไม่มี EC/RB และไม่มีความร่วมมือกับ สถาบันการศึกษาโรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัยที่มี EC/RB - ทำการวิจัยกับอาสาสมัครการวิจัยที่มาจากสถาบันการศึกษา/ โรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัยที่ไม่มี EC/IRB 2) ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Central Research Ethics Committee: CREC) โดยติดต่อผ่านระบบบริหารจัดการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย ของ CREC และเสียค่าธรรมเนียมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนตามประกาศของ CREC

การขอใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ/ผลิตสัตว์ฯ จะต้องทำอย่างไรบ้าง

1. เข้าระบบลงทะเบียนออนไลน์ http://thaiiacuc.nrct.go.th หรือผ่านทางเว็บไซต์ สพสว. : https://labanimals.nrct.go.th 2. กรอกข้อมูลในระบบ 3. พิมพ์ (Print out) แบบคำขอฯ ออกจากระบบ พร้อมลงนาม ติดรูปถ่าย และแนบเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน 4. ยื่นเอกสารที่ สพสว. วช. (ด้วยตนเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน) 5. สพสว. วช. ออกใบแทนใบอนุญาต และส่งให้ผู้ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ หมายเหตุ: * ใบรับคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์นี้ใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ 2558 แล้ว และใช้ได้จนกว่ากฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การต่อใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตใช้สัตว์หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ผู้ใดต้องขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ บ้าง

บุคคลที่ใช้หรือกระทำการใดๆ ต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการที่ใช้สัตว์ฯ ที่ปฏิบัติกับสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ผู้สอนที่นำสัตว์มาใช้ในการสอน สัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ นักเทคนิคการสัตวแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการเลี้ยงสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

การขอใบอนุญาตใช้สัตว์ต้องมีค่าธรรมเนียมไหม

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ฉบับละ 1,000 บาท มีอายุ 4 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตฯ แต่จะยกเว้นค่าธรรมเนียมที่ออกให้แก่บุคลากรของหน่วยงานของรัฐและบุคลากรของสถานศึกษาที่ยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นครั้งแรก

ใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ต้องต่ออายุเมื่อไหร่

ใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ มีอายุ 4 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตฯ และการต่ออายุใบอนุญาตมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ฉบับละ 1,000 บาท

การทดลองเกี่ยวกับหนอน ทดสอบเกี่ยวกับยุงและมด ทดลองเลี้ยงหอยนางรม / ใช้ไรแดงในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ต้องขอใบอนุญาตใช้สัตว์ฯหรือไม่

ต้องขอ แต่ถ้าลักษณะงาน เป็นเพียงสังเกตการณ์สัตว์ โดยไม่ได้แตะต้องตัวสัตว์ ก็ไม่ต้องขอ

ผู้ที่ใช้หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ แล้วไม่ได้ขอใบอนุญาต จะมีผลอย่างไร

ผู้ใดที่ใช้หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่มีใบอนุญาตใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดประสงค์จะดำเนินการส่งออก นำเข้า หรือนำผ่านซึ่งสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ต้องแจ้งสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เมื่อไหร่

แจ้งก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อออกใบรับแจ้ง

ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ หมายถึงใคร

ผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ /รัฐวิสาหกิจ/อธิการบดี หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา / เจ้าของ หรือผู้ครอบครองภาคเอกชน

หน่วยงานใดบ้างที่ต้องมาจดแจ้งสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

หน่วยงานที่มีอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์และหากมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ได้จดแจ้งสถานที่ฯไปแล้ว ไม่ว่าจะต่อเติม ย้าย หรือเปลี่ยนชื่อสถานที่ฯ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติทราบก่อนการดำเนินการ

คกส. มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง

(1) จัดทําแผนพัฒนาและแผนงบประมาณของหน่วยเลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณและมาตรฐานการเลี้ยงและใช้สัตว์ เสนอต่อผู้บริหารหน่วยงาน (2) พิจารณาข้อเสนอโครงการขอใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เพื่อ อนุมัติหรือไม่อนุมัติหรือให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนอโครงการขอใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (3) ติดตามกํากับดูแลการดําเนินงานโครงการที่ได้รับการพิจารณารับรองแล้ว และพิจารณาสั่งแก้ไข ระงับ ยับยั้ง หรือยุติโครงการ ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อเสนอโครงการ (4) กํากับดูแลให้มีการดูแลสุขภาพสัตว์โดยสัตวแพทย์ประจําสถานที่ดําเนินการ (5) ตรวจสอบและกํากับดูแลสถานที่ดําเนินการต่อสัตว์ ให้มีการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณ (6) จัดทําแผนและดําเนินการให้มีการพัฒนาบุคลากร (7) จัดทําแผนและดําเนินการให้มีการเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรได้เข้าใจเรื่อง จรรยาบรรณ มาตรฐานการเลี้ยงและใช้สัตว์ และพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 (8) กําหนดมาตรฐานวิธีการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure, SOP) การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกํากับดูแล และมาตรฐานการปฏิบัติงานการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถานที่ดำเนินการ (9) จัดทํารายงานการดําเนินการต่อสัตว์ทุก 6 เดือน และกํากับการจัดทําสถิติการเลี้ยงและใช้สัตว์ทุก 6 เดือนของผู้กํากับดูแลสถานที่ดําเนินการ เพื่อรายงานต่อเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และจัดทําสรุปรายงานประจําปี (10) ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการจรรยาบรรณของหน่วยงาน และวินิจฉัยการกระทําผิดจรรยาบรรณ (11) เสนอผู้บริหารหน่วยงานเพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อช่วยพิจารณาโครงการ ตามความจําเป็นและความเหมาะสม