ควรให้หน่วยงานรับรอง ภายในกำหนดเวลาของแต่ละทุน
www.nriis.go.th ►คู่มือและเอกสารเผยแพร่ ►คู่มือการใช้งานระบบ ►แบบฟอร์มข้อเสนอโครงการ แบบฟอร์มแผนปฏิบัติการกดที่นี่: Download เอกสารระบบ NRIIS
จะมีการแจ้งผลผ่านระบบ NRIIS
สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.nrct.go.th หรือ NRIIS ในเมนู ข่าวประกาศ / ข่าวทุนวิจัย หรือ Facebook : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ไม่ต้องส่งเอกสารตัวจริง (Hard Copy) มาที่ วช. แต่นักวิจัยต้องกรอกข้อมูลในระบบ NRIIS ให้ครบถ้วน
สามารถติดต่อผู้ประสานหน่วยงาน เพื่อขอสิทธิ์เข้าใช้งานระบบ โดยดูรายชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ประสาน หน่วยงานได้ที่ "ตรวจสอบบัญชีชื่อในระบบ" วิธีการใช้งานคือ ระบุเลขหมายบัตรประจำตัวประชาชนของนักวิจัยและคลิก ค้นหา จะปรากฏข้อมูลของนักวิจัยในระบบ รวมถึงรายชื่อและเบอร์ติดต่อของผู้ประสานหน่วยงาน
ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนจะต้องเป็นบุคลากรในภาครัฐหรือเอกชนที่มีสภาพเป็นนิติบุคคล โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้ - มีสัญชาติไทย มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย และมีหลักฐานการทำงานมั่นคง - มีประสบการณ์ รวมทั้งศักยภาพในการดำเนินการ และบริหารการวิจัยและนวัตกรรม มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดีในวิทยาการด้านใดด้านหนึ่งในข้อเสนอที่ขอรับทุน มีศักยภาพ ความพร้อมด้านวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ที่จะดำเนินการได้สำเร็จ - สามารถปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยและนวัตกรรมได้ทันที และตลอดระยะเวลาที่ได้รับทุน รวมทั้งสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีคุณภาพ - เป็นผู้มีจรรยาบรรณนักวิจัยและนวัตกรรม - กรณีอยู่นอกเหนือจากคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการที่ วช. แต่งตั้ง ทั้งนี้ คุณสมบัติจะขึ้นอยู่กับการประกาศรับของแต่ละทุนที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะนั้นๆ
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการประกาศฯ รับ ทั้งนี้ หากเสนอขอรับหลายโครงการ ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ให้ทุนทราบด้วย และการเปิดรับทุนวิจัยจะเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด ผู้ให้ทุนจะสามารถเห็นข้อมูลของนักวิจัยว่าเสนอขอในกลุ่มเรื่องไหน จากแหล่งทุนใด
นักวิจัยที่มีงานค้างตั้งแต่ปี 2551-2560 จะต้องดำเนินการปิดโครงการเดิมให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถขอรับทุนได้
ตามเงื่อนไขและการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมของ วช. นักวิจัยที่เป็นผู้อำนวยการแผนงานและหัวหน้าโครงการต้องไม่ติดค้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับทุนอุดหนุนใดๆ ที่ได้สิ้นสุดตามสัญญารับทุนฯ แล้ว ไม่ว่าจะติดค้างทุน วช. หรือติดค้างทุนจากแหล่งทุนอื่น
ในสัญญารับทุน ข้อ 11 ระบุไว้ว่า “ทรัพย์สินทางปัญญาในผลการวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นของผู้ให้ทุนแต่ผู้เดียว เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่นก่อนการลงนามสัญญานี้ ส่วนการจัดสรรประโยชน์และการรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามระเบียบของผู้ให้ทุนที่จะประกาศใช้บังคับต่อไป” แต่กรณีที่จะมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน จะต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงเรื่อง “ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาและการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากสัญญารับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมหรือสัญญารับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโครงการวิจัยให้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน 2. การบริหารทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามระเบียบ ประกาศ หรือข้อบังคับของผู้ให้ทุน 3. การจัดสรรผลประโยชน์ให้เป็นไปตามระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์ของผู้ให้ทุน 4. ผู้รับทุนต้องส่งสำเนาเอกสารยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ให้ทุนทราบภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่ดำเนินการ 5. ในกรณีที่มีการดำเนินการเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้ทุนทุกครั้ง และการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือมีรายได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องดำเนินการตามระเบียบที่ผู้ให้ทุนกำหนด และแจ้งให้ผู้ให้ทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 30 วัน นับแต่ดำเนินการ 6. ผู้ให้ทุนมีสิทธิ์ตรวจสอบการดำเนินการใดๆ ในการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย และผู้ให้ทุนสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเป็นผู้ทรงสิทธิ์ร่วมตามบันทึกแนบท้ายฉบับนี้ โดยการแจ้งยกเลิกเป็นหนังสือ ภายใน 30 วัน นับแต่ผู้ให้ทุนมีข้อสงสัยว่าจะปิดบังข้อมูลหรือการนำผลงานไปเผยแพร่และถ่ายทอดให้บุคคลอื่นโดยไม่แจ้งให้ผู้ให้ทุนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้รับทุนตามประกาศฯ ทั้งนี้ ในส่วนของ วช. สามารถเสนอรับทุนได้ ในฐานะผู้ร่วมวิจัยหรือหัวหน้าโครงการวิจัยย่อยภายใต้แผนงานวิจัยในกรณีที่เป็นบุคลากรในสังกัดมหาวิทยาลัย โดยจะต้องมีหนังสือรับรอง/ยืนยันว่าเป็นบุคลากรภายใต้สังกัดนั้น
นักวิจัยสามารถเสนอขอในคราวเดียวได้ เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของโครงการ โดยระบุรายละเอียดที่ชัดเจนในปีที่ 1 ก่อน โดยจะพิจารณาและสนับสนุนจากผลสำเร็จของโครงการในปีที่ 1 ก่อนจึงจะพิจารณา สนับสนุนการเสนอขอในปีถัดไปได้ ขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธิ์ในปีที่ 1 แนวโน้มของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นและความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ๆ หรือเหตุผลทางวิชาการอื่นใด ตามมติของคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ
ไม่จำเป็นต้องส่งให้ วช. แต่หัวหน้าโครงการ/ผู้ทำวิจัยจ่ายเงิน ต้องเก็บหลักฐานรายละเอียดการจ่ายเงิน เตรียมไว้สำหรับกรณีการเรียกตรวจจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ตรวจสอบภายหลัง (ถ้ามี)
ประมาณ 1 สัปดาห์หลังอนุมัติ
ขอให้ระบุโดยวงเล็บชื่อโครงการไว้ในใบเสร็จ เช่น ใช้เพื่อใช้จ่ายในโครงการวิจัย “.......”
ได้ เนื่องจากสัญญารับทุน บางประเภททุน เป็นสัญญารวมทั้งหน่วยงานของทุนแต่ละประเภท เช่น - ทุนพัฒนานักวิจัยรุ่นกลาง - ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ - โครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) - โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) เป็นต้น
ได้ โดยปกติสามารถจัดทำรายงานความก้าวหน้าเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้
ขอให้หัวหน้าโครงการ/ผู้ทำวิจัย ส่งไฟล์เอกสารดังกล่าวตามที่ระบุในสัญญา มาให้เจ้าหน้าที่ทุนนั้นๆ ทางอีเมล์เป็นการล่วงหน้า หรือมาส่งเอกสารฉบับจริงด้วยตนเอง หรือ จัดส่งทางไปรษณีย์ มาที่ เจ้าหน้าที่ฝ่าย..............(ระบุฝ่ายที่ให้ทุน)............... กอง............(ระบุกองที่ให้ทุน)................................ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เลขที่ 196 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
วช. จะดำเนินการตามเกณฑ์การขยายระยะเวลาดำเนินงานวิจัย โดยนักวิจัยจะต้องทำหนังสือขออนุมัติขยายระยะเวลา เรียนถึง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ระบุเนื้อหาดังนี้ 1) รายละเอียดโครงการ (ชื่อหัวหน้าโครงการ, หน่วยงานต้นสังกัด, ชื่อทุน, ชื่อโครงการ, เลขที่สัญญา, ระยะเวลาดำเนินการ, วันที่สิ้นสุดโครงการ) 2) สาเหตุของการขออนุมัติขยายระยะเวลา และช่วงเวลาที่ต้องการขอขยาย อาจต้องมีการเปรียบเทียบตารางกิจกรรมเดิมกับกิจกรรมที่ต้องการขยายเวลาดำเนินการต่อไป 3) ต้องทำหนังสือแจ้ง วช. ให้ทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนสิ้นสุดสัญญา 4) หัวหน้าโครงการสามารถลงนามได้เอง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบของหน่วยงานต้นสังกัดด้วย
ต้องส่งแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 2 เดือน ทั้งนี้ การเดินทางได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาผู้เดินทางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่สามารถเบิกได้ตามเกณฑ์ และต้องมีหนังสือยินยอมรับผิดชอบจากทางมหาวิทยาลัย
ต้องจัดทำหนังสือแจ้งเลื่อนการเดินทาง โดยสามารถเลื่อนการเดินทางได้ 2 ครั้ง และหากสามารถเดินทางได้แล้ว ต้องส่งแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 2 เดือนมาใหม่
คปก. รุ่นที่ 17-21 สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซด์ของ คปก. เดิม (สกสว.)http://rgj.trf.or.th/main/home-th พวอ. ปี 2556-2562 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://rri.trf.or.th/ คปก. รุ่นที่ 22 และ พวอ. ปี 2563 สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://nriis.nrct.go.th/
เนื่องจาก ครุภัณฑ์ทุกรายการเป็นของผู้ให้ทุน ครุภัณฑ์ทุกรายการต้องคืน วช. กรณีที่หน่วยงานประสงค์จะใช้ครุภัณฑ์ต่อ เพื่อประกอบการศึกษาหรือสาธารณะ ก่อนสิ้นสุดโครงการจะต้องมีหนังสือแจ้งความประสงค์ขอใช้ครุภัณฑ์ต่อ พร้อมทั้ง ระบุเหตุผลที่ชัดเจน
นักวิจัยจะต้องมีรายละเอียดชี้แจงต่อผู้ตรวจสอบทางวิชาการเพื่อพิจารณาว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นตามวิชาการและนักวิจัยได้พยายามหาทางแก้ไขตามหลักวิชาการ หรือเป็นเหตุสุดวิสัยตามข้อกฎหมาย เช่น ภัยธรรมชาติ
การ Black List จะดำเนินการเมื่อนักวิจัยไม่ปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในสัญญาฯ เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการขอขยายสัญญาการขอคืนเงินทุนฯ ด้วยเหตุผลที่เหมาะสมตามสัญญา ข้อ 6 และ ข้อ 15 อาจพิจารณาว่าไม่ติด Black List ได้
1) ติดต่อผู้ประสานหน่วยงานที่ตนสังกัด เพื่อดำเนินการให้สิทธิ์เข้าใช้งานระบบ 2) กรณีหน่วยงานไม่มีผู้ประสานหน่วยงานให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ วช.
การเข้าใช้งานระบบจะต้องทำการสมัครเป็นนักวิจัยในระบบ NRIIS ก่อนแล้วจะได้รหัส จึงจะสามารถเข้าระบบเพื่อส่งข้อเสนอได้
สามารถ Login เข้าระบบ NRIIS ด้วยรหัสของนักวิจัยแล้วจะมีหัวข้อทุนวิจัยที่เปิดรับ
สามารถดูรายละเอียดทุนที่เมนูข่าวประกาศหน้าระบบ หรือที่หน้าทุนวิจัยที่เปิดรับ สามารถคลิกที่ชื่อทุนเพื่อดูรายละเอียด
1) ให้นักวิจัยเข้าสู่ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) URL : https://nriis.go.th 2) ไปที่แถบทางด้านซ้ายมือ >> คลิกที่ “โครงการที่ได้รับจัดสรร” 3) จากนั้นจะมีโครงการของนักวิจัยขึ้นมา >> ทางด้านขวามือ ให้คลิกที่ “รายงานผลการดำเนินงาน” 4) แถบด้านบน ให้คลิก “รายงานความก้าวหน้า” 5) ให้นักวิจัยไปที่งวดที่ต้องการส่งงาน แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และอัพโหลดไฟล์เข้าสู่ระบบ (หากมีมากกว่า 1 ไฟล์ ให้อัพโหลดในส่วนเอกสารอื่น ๆ ด้านล่าง)
ขอให้ Login เข้ารหัสนักวิจัย และ Post ที่ Webboard เพื่อแจ้งขอแก้ไขข้อเสนอโครงการพร้อมรหัสข้อเสนอ ข้อเสนอและหัวหน้าโครงการ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการแก้ไขให้ ทั้งนี้ ขอให้ดำเนินการก่อนเวลาปิดรับทุน เนื่องจาก เมื่อปิดรับทุนแล้วจะไม่สามารถแก้ไขให้ได้
สามารถกดรับรองได้หลังจากที่นักวิจัยในสังกัดกดยืนยันการส่งข้อเสนอแล้ว จนถึงวันที่ปิดรับข้อเสนอไปแล้ว 10 วัน หรือตามที่กำหนด
1) ไปที่เมนูลืมรหัสผ่าน หรือคลิกส่งรหัสผ่านจากหน้าตรวจสอบบัญชีในระบบ โดยเมื่อคลิกส่งรหัสผ่านแล้ว ระบบจะส่ง อีเมลประมาณ 1 - 5 นาที 2) ตรวจสอบอีเมลที่ใช้สมัคร โดยระบบจะแจ้งชื่อสำหรับเข้าสู่ระบบและลิงก์เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ให้คลิกที่ลิงก์เพื่อกำหนดรหัสผ่านใหม่ (กรณีคลิกส่งรหัสผ่านมากกว่า 1 ครั้ง สามารถเลือกอีเมลใดก็ได้ โดยลิงก์เปลี่ยนรหัสผ่านจะหมดอายุภายใน 7 วัน หากมีการคลิกเปลี่ยนรหัสผ่านจากอีเมลใดแล้ว ลิงก์เปลี่ยนรหัสผ่านในอีเมลอื่นจะไม่สามารถใช้งานได้) 3) เมื่อคลิกกำหนดรหัสผ่านใหม่ จะปรากฏหน้าจอให้กำหนดรหัสผ่านใหม่ หรือคลิก Random password เพื่อให้ระบบออกรหัสผ่านให้ใหม่โดยอัตโนมัติ จากนั้นคลิก บันทึก (สามารถแก้ไขรหัสผ่านได้ในระบบ หลังจากที่เข้าสู่ระบบแล้ว)
- ภาครัฐ จัดทำหนังสือขอเพิ่มชื่อหน่วยงานในระบบมาที่ วช. โดยหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ลงนาม - ภาคเอกชน จัดทำหนังสือพร้อมแจ้งเลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทที่ต้องการเพิ่มในระบบมาที่ วช. ลงนามโดยหัวหน้าหน่วยงาน
1) กรณีมีผู้ประสานหน่วยงานคนเดิมอยู่แล้ว ให้ผู้ประสานหน่วยงานเป็นผู้เพิ่มบัญชีผู้ประสาน หรือบัญชีหัวหน้าหน่วยงาน 2) กรณียังไม่มีผู้ประสานหน่วยงานในระบบ ให้จัดทำหนังสือส่งมาที่ วช. พร้อมแจ้งข้อมูลผู้ประสานหน่วยงาน ได้แก่ ชื่อ - สกุลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เลขบัตรประจำตัวประชาชน อีเมล และเบอร์โทรศัพท์มือถือ
เข้าระบบและไปที่เมนู ข้อมูลส่วนบุคคล ในหัวข้อสังกัด สามารถแก้ไขหน่วยงานที่ต้องการได้ เมื่อแก้ไขแล้วนักวิจัยจะไม่สามารถเข้าระบบได้ จนกว่าผู้ประสานหน่วยงานของหน่วยงานในสังกัดใหม่จะให้สิทธิ์เข้าระบบ
วช. ให้บริการออกรหัสเลขดีโอไอ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ไม่สามารถทำการขอได้ แต่สามารถขอในนามของหน่วยงานได้เท่านั้น
1. นักวิจัยทำหนังสือแจ้ง วช. 2. นักวิจัยดำเนินการขอจดสิทธิบัตร
1) อบรมจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์พื้นฐาน : เว็บไซต์สำนักงานมาตรฐานการวิจัยในมนุษย์ ชื่อระบบการจัดความรู้ (Learning Management System: LMS) โดยไม่เสียค่าลงทะเบียน 2) อบรมด้านการปฏิบัติการทางคลินิกที่ดี Good Clinical Practice (GCP) โดยเสียค่าลงทะเบียน ผ่านระบบ CITI program (Collaborative Institutional Training Initiative at the University of Miami) 3) อบรมด้านการปกป้องสิทธิและสวัสดิภาพของอาสาสมัครผู้เข้าร่วมการวิจัย Human Subject Protection โดยเสียค่าลงทะเบียน ผ่านระบบ (Protecting Human Research Participants: PHRP course) 4) ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับการอบรมด้าน จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จากสถาบันการศึกษา/โรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัย ที่ได้ทำระบบสำหรับบุคลากร และสำหรับบุคคลภายนอกโดยเสียค่าลงทะเบียน
1) ทาง วช. โดย วช.จะเป็นผู้พิจารณาในเบื้องต้น จากคุณสมบัติ ดังนี้ - ผู้วิจัยภายนอกจากสถาบันต้นสังกัดที่ไม่มี EC/RB - สถาบันต้นสังกัดไม่มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา/ โรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัยที่มี EC/IRB - ผู้ร่วมการวิจัยจากสถาบันที่ไม่มี EC/RB และไม่มีความร่วมมือกับ สถาบันการศึกษาโรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัยที่มี EC/RB - ทำการวิจัยกับอาสาสมัครการวิจัยที่มาจากสถาบันการศึกษา/ โรงพยาบาล/หน่วยงาน/สถาบันการวิจัยที่ไม่มี EC/IRB 2) ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการกลางพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Central Research Ethics Committee: CREC) โดยติดต่อผ่านระบบบริหารจัดการจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย ของ CREC และเสียค่าธรรมเนียมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนตามประกาศของ CREC
1. เข้าระบบลงทะเบียนออนไลน์ http://thaiiacuc.nrct.go.th หรือผ่านทางเว็บไซต์ สพสว. : https://labanimals.nrct.go.th 2. กรอกข้อมูลในระบบ 3. พิมพ์ (Print out) แบบคำขอฯ ออกจากระบบ พร้อมลงนาม ติดรูปถ่าย และแนบเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน 4. ยื่นเอกสารที่ สพสว. วช. (ด้วยตนเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน) 5. สพสว. วช. ออกใบแทนใบอนุญาต และส่งให้ผู้ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ หมายเหตุ: * ใบรับคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์นี้ใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ 2558 แล้ว และใช้ได้จนกว่ากฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การอนุญาต การต่อใบอนุญาตและใบแทนใบอนุญาตใช้สัตว์หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ตามพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา
บุคคลที่ใช้หรือกระทำการใดๆ ต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการที่ใช้สัตว์ฯ ที่ปฏิบัติกับสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ผู้สอนที่นำสัตว์มาใช้ในการสอน สัตวแพทย์ประจำสถานที่ดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ นักเทคนิคการสัตวแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการเลี้ยงสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ ฉบับละ 1,000 บาท มีอายุ 4 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตฯ แต่จะยกเว้นค่าธรรมเนียมที่ออกให้แก่บุคลากรของหน่วยงานของรัฐและบุคลากรของสถานศึกษาที่ยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นครั้งแรก
ใบอนุญาตใช้สัตว์ฯ มีอายุ 4 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตฯ และการต่ออายุใบอนุญาตมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ฉบับละ 1,000 บาท
ต้องขอ แต่ถ้าลักษณะงาน เป็นเพียงสังเกตการณ์สัตว์ โดยไม่ได้แตะต้องตัวสัตว์ ก็ไม่ต้องขอ
ผู้ใดที่ใช้หรือผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่มีใบอนุญาตใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แจ้งก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อออกใบรับแจ้ง
ผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ /รัฐวิสาหกิจ/อธิการบดี หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา / เจ้าของ หรือผู้ครอบครองภาคเอกชน
หน่วยงานที่มีอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์และหากมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ได้จดแจ้งสถานที่ฯไปแล้ว ไม่ว่าจะต่อเติม ย้าย หรือเปลี่ยนชื่อสถานที่ฯ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติทราบก่อนการดำเนินการ
(1) จัดทําแผนพัฒนาและแผนงบประมาณของหน่วยเลี้ยงสัตว์ให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณและมาตรฐานการเลี้ยงและใช้สัตว์ เสนอต่อผู้บริหารหน่วยงาน (2) พิจารณาข้อเสนอโครงการขอใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เพื่อ อนุมัติหรือไม่อนุมัติหรือให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนอโครงการขอใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (3) ติดตามกํากับดูแลการดําเนินงานโครงการที่ได้รับการพิจารณารับรองแล้ว และพิจารณาสั่งแก้ไข ระงับ ยับยั้ง หรือยุติโครงการ ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อเสนอโครงการ (4) กํากับดูแลให้มีการดูแลสุขภาพสัตว์โดยสัตวแพทย์ประจําสถานที่ดําเนินการ (5) ตรวจสอบและกํากับดูแลสถานที่ดําเนินการต่อสัตว์ ให้มีการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณ (6) จัดทําแผนและดําเนินการให้มีการพัฒนาบุคลากร (7) จัดทําแผนและดําเนินการให้มีการเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรได้เข้าใจเรื่อง จรรยาบรรณ มาตรฐานการเลี้ยงและใช้สัตว์ และพระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 (8) กําหนดมาตรฐานวิธีการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure, SOP) การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกํากับดูแล และมาตรฐานการปฏิบัติงานการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถานที่ดำเนินการ (9) จัดทํารายงานการดําเนินการต่อสัตว์ทุก 6 เดือน และกํากับการจัดทําสถิติการเลี้ยงและใช้สัตว์ทุก 6 เดือนของผู้กํากับดูแลสถานที่ดําเนินการ เพื่อรายงานต่อเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และจัดทําสรุปรายงานประจําปี (10) ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการจรรยาบรรณของหน่วยงาน และวินิจฉัยการกระทําผิดจรรยาบรรณ (11) เสนอผู้บริหารหน่วยงานเพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อช่วยพิจารณาโครงการ ตามความจําเป็นและความเหมาะสม