เมื่อวันที่ 27 และ 28 มกราคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “การอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต้นแบบการปลูกไม้มีค่าและพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซาแบบครบวงจร” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามผลสำเร็จโครงการวิจัยฯ โดยมี ดร.สุจิตรา โกศล หัวหน้าโครงการและคณะดำเนินโครงการฯ ณ ชุมชนบ้านบุญแจ่ม อ.ร้องกวาง มูลนิธิเห็ดไมคอร์ไรซาเพื่ออนุรักษณ์และฟื้นฟูป่า ชุมชนบ้านหนองสุวรรณ อ.สอง จ.แพร่ และศูนย์เรียนรู้ครัวเรือนต้นแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” อ.แม่จริม จ.น่าน
ดร.สุจิตรา โกศล หัวหน้าโครงการ “การอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต้นแบบการปลูกไม้มีค่าและพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซาแบบครบวงจร” เผยว่า โครงการได้ส่งเสริมถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การปลูกไม้มีค่าและพืชเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซากินได้แบบครบวงจร ใน 10 จังหวัด ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ได้แก่ 10 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน กาญจนบุรี นครราชสีมา กาฬสินธุ์ จันทบุรี สงขลา และ ภูเก็ต และจัดทำพื้นที่ต้นแบบการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซากินได้ร่วมกับการปลูกไม้เศรษฐกิจพร้อมทั้งพัฒนา เป็นศูนย์เรียนรู้ ศึกษา ดูงานในพื้นที่เป้าหมายในแต่ละจังหวัด ตัวอย่างเช่น ชุมชนบ้านบุญแจ่ม ชุมชนบ้านหนองสุวรรณ จ.แพร่ และชุมชนแม่จริม จ.น่าน เป็นต้น
โดยปัจจุบัน “บ้านบุญแจ่ม” สามารถสร้างรายได้รวมให้แก่เกษตรกรจากการปลูกไม้เศรษฐกิจ พืชผักร่วมกับการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซาได้มากถึง 115,000 บาท ภายใต้พื้นที่เพียง 2 งาน เท่านั้น รวมทั้ง โครงการยังสามารถสร้างเครือข่ายและส่งเสริมให้เกิดวิทยากรตัวคูณในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปต่อยอดขยายผล และเกิดเป็นการประชุมเสวนา ในหัวข้อ “ชุมชนไม้มีค่า สู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เพื่อกำหนดกรอบ แนวทาง และแผนการขับเคลื่อนขยายผลโครงการชุมชนไม้มีค่าต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว 10 ปี ตามมติครม. ที่ทำให้เกิดชุมชนไม้มีค่า 20,000 ชุมชน มีผลต่อประชาชน 2.6 ล้านครัวเรือน จำนวนต้นไม้ 1,040 ล้านต้น และพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 26 ล้านไร่