แพลตฟอร์ม “พี่ช้าง น้องชบา”ชูการท่องเที่ยวชุมชน ใช้วิจัยและนวัตกรรมยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรอง วช.หนุนเครือข่าย มทร.9 แห่ง ผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัล เชื่อมโยงระบบกลางการท่องเที่ยวของประเทศ

วันที่ 22 ก.พ. 2023
549 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมคณะผู้ทรงวุฒิ วช. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลสำเร็จการดำเนินงานโครงการ “การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” ซึ่งดำเนินงานโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ณ ปราสาทศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

พร้อมนี้ นายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอศีขรภูมิ รองศาสตราจารย์ ดร.สำเนาว์ เสาวกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์  พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงาน ณ ปราสาทศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในการดำเนินการแผนงาน “การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” ซึ่งการตรวจเยี่ยมงานในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบของโครงการเรื่อง “การยกระดับผลิตภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยเครือข่าย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล”  ซึ่งอยู่ในแผนงานหลัก  โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นผู้ดำเนินงานวิจัย  ได้นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนเมืองรองได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นชุมชน และใช้”แพลตฟอร์ม พี่ช้าง น้องชบา”ร่วมสร้างความเข้าใจและความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยว โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น จะช่วยสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ให้เป็นฐานทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานครั้งนี้ วช.และ เครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พร้อมส่วนราชการท้องถิ่น ได้มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันการทำงานเชิงรุก เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมโดยใช้การจัดการท่องเที่ยวของชุมชน เป็นกลไกการยกระดับและเพิ่มศักยภาพแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

คณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิของ วช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มทร. และคณะนักวิจัย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและให้ข้อคิดเห็น จากการนำเสนอความสำเร็จของแผนงานวิจัยเรื่อง “การยกระดับผลิตภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยเครือข่าย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” ที่ดำเนินงานโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ซึ่งโครงการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน รับผิดชอบในการดำเนินงาน โครงการ “การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” ในพื้นที่อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์  ในครั้งนี้ คณะนักวิจัยได้มีการนําเสนอการนำเข้าข้อมูลและเชื่อมต่อข้อมูลการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) จนเกิดการรวมกันของข้อมูลเป็นแผนที่ การท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ ซึ่งผู้สนใจมีการนําเข้าข้อมูลและเชื่อมต่อข้อมูลการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยสามารถคลิ๊กที่แผนที่และข้อมูลการท่องเที่ยวของแต่ละชุมชนจะ ปรากฎให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจสามารถคลิ๊กที่แผนที่และข้อมูลการท่องเที่ยวของแต่ละชุมชนจะปรากฎให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจ ส่งผลให้สามารถมองเห็นกลุ่มพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของชุมชนที่ให้บริการด้านการ ท่องเที่ยว รวมถึงสามารถนําข้อมูลมาสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนหรือเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ซึ่งชุดข้อมูลที่นํามาใช้ในการสร้างมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่เมืองรองนั้น ประกอบด้วย ข้อมูลชุมชน ได้แก่ วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร ผลิตภัณฑ์ แหล่ง ท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว รวมทั้งการสร้างเส้นทางท่องเที่ยว อาทิ การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวงานช้าง จังหวัดสุรินทร์ กับงานแสงสีเสียงปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ รวมถึงเส้นทางอาหาร

นอกจากนี้ ชุดข้อมูลของชุมชนพร้อมทั้งนวัตกรรมที่ชุมชนใช้ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของแต่ละชุมชน การเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความหลากหลายให้อยู่ในรูปแบบของโลกเสมือน หรือ “Metaverse” และโมบายแอพพลิเคชันทั้งระบบ IOS และระบบ Android การเชื่อมต่อกับ “น้องชบาแพลตฟอร์ม” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาจากพื้นที่อําเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ โมบายแอพพลิเคชันสามารถให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในรัศมี 20 กิโลเมตรตามพิกัดในขณะนั้นของนักท่องเที่ยวอีกด้วย