สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
NATIONAL RESEARCH COUNCIL OF THAILAND
0 2579 1370 - 9, 0 2561 2445
[email protected]
หน้าหลัก
รู้จัก วช.
เกี่ยวกับ วช.
ประวัติความเป็นมา
ทำเนียบผู้บริหาร วช.
ทำเนียบประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ
พ.ร.บ. และกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
ตราสัญลักษณ์ วช.
รางวัลแห่งความภาคภูมิ
วีดีทัศน์แนะนำ วช.
การบริหาร
คณะผู้บริหาร วช.
หน่วยงานภายใต้กำกับของรองผู้บริหาร
อำนาจหน้าที่ วิสัยทัศน์ ภารกิจ
โครงสร้างขององค๋กร
นโยบายและยุทธศาสตร์องค์กร
แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่าย
เกี่ยวกับดีซีไอโอ
คำรับรองการปฏิบัติราชการ
การบริหารทรัพยากรบุคคล
กลั่นกรองงบประมาณ
บริการ
บริการ e-Service
ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS)
ระบบคำขอรับใบอนุญาตใช้-ผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์อิเล็กทรอนิกส์ (Thaiiacuc)
ระบบมาตรฐานการวิจัย
ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย TNRR
ระบบ Open Data
ระบบบริการรหัส DOI วช.
Mobile Application
บริการข้อมูล E-Information
รายงานประจำปี
ดัชนีการวิจัยของประเทศ
จดหมายข่าว วช.
Ebook วช
Future Thailand
รายงานสารสนเทศ Dashboard ข้อมูล ววน.
รายงานสถิติการให้บริการ
วารสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Journal)
เอกสารเผยแพร่
กฎหมายน่ารู้
Infographic
บริการข้อมูล E-Learning
E-Learning หลักสูตรนวัตกรการสื่อสาร Commu Max
E-Learning หลักสูตรมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย
E-Learning หลักสูตรมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
E-Learning หลักสูตรมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ
บริการเครือข่ายวิจัย
ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน
ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ และศูนย์กลางด้านความรู้
ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย
จดหมายเหตุ วช.
ศูนย์ข้อมูลและนวัตกรรมผู้สูงอายุ
ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH)
ข้อมูลข่าวสาร
ข่าวและกิจกรรม
ข่าวทุนวิจัย
ข่าวกิจกรรม
ข่าวประชาสัมพันธ์
กฤตภาคข่าว วช.
ข่าวสาร ITA วช.
ร่วมงานกับ วช
มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ
NRCT Open House
รางวัลการวิจัยแห่งชาติ
พระราชประวัติ
จัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศข้อมูลราคากลาง
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา
รายงานผลจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1)
สรุปผลการจัดจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ
แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ
ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้าง
ข้อมูลข่าวสาร วช.
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร วช. OIC
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต
การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม
องค์กรคุณธรรม
การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
การขับเคลื่อนจริยธรรม
ข้อมูลสาธารณะ ITA 2567
ข้อมูลสาธารณะ ITA 2568
ข้อมูลสาธารณะ ITA 2569
คู่มือ
คู่มือหรือมาตรฐานการให้บริการ
คู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน
คู่มือประชาชน
ติดต่อ/ร้องเรียน
ติดต่อ/ร้องเรียน
ถามตอบเรื่องทุน วช.
คำถามที่พบบ่อย FAQ
ติดต่อ วช.
ติดต่อหน่วยงานภายใน
แจ้งเรื่องร้องเรียน
หน้าแรก
คลังความรู้ วช.
ข่าวกิจกรรม
วช. กรมป่าไม้ ธกส. และ BEDO พร้อมเครือข่ายชุมชนต้นแบบ จัดForumไม้มีค่า “สร้างเสน่ห์ชุมชนสีเขียว: Enchanting Green Community”
วช. กรมป่าไม้ ธกส. และ BEDO พร้อมเครือข่ายชุมชนต้นแบบ จัดForumไม้มีค่า “สร้างเสน่ห์ชุมชนสีเขียว: Enchanting Green Community”
วันที่ 17 ม.ค. 2024
153 Views
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พร้อมชุมชนต้นแบบ จัดงานฟอรั่มไม้มีค่า “สร้างเสน่ห์ชุมชนสีเขียว: Enchanting Green Community” เพื่อผลักดันให้เกิดการนำผลงานโครงการชุมชนไม้มีค่าไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนี้ ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนชุมชนไม้มีค่า ได้บรรยายพิเศษในเรื่อง “ชุมชนไม้มีค่า เพิ่มป่า เพิ่มรายได้ให้ชุมชน” พร้อมกันนี้ มีการมอบประกาศเกียรติคุณ”ชุมชนไม้มีค่า” การเสวนาและการจัดนิทรรศการ โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ผู้นำชุมชน นิสิต นักศึกษา และสื่อมวลชน ได้เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กรมป่าไม้ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดงานฟอรั่มไม้มีค่า “สร้างเสน่ห์ชุมชนสีเขียว: Enchanting Green Community” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ร่วมขับเคลื่อน เครือข่ายผู้ใช้ประโยชน์ รวมถึงประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวาง รวมทั้งสร้างโอกาสการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและผลักดันให้มีการนำผลงานเหล่านั้นไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ในเชิงพื้นที่/ชุมชน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญของความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง และการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ รวมทั้งการสร้างทูตเยาวชน “ชุมชนไม้มีค่า” การจัดงานฟอรั่มไม้มีค่าในครั้งนี้ ถือเป็นการผสานพลังความร่วมมือและบูรณาการที่เชื่อมโยงกันจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งส่งผลทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถลดจำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างความสมดุลของระบบนิเวศอย่างยั่งยืนต่อไป
ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว กล่าวในการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ชุมชนไม้มีค่า เพิ่มป่า เพิ่มรายได้ให้ชุมชน” ว่า ถ้าเราไม่ใช้ป่าชุมชนมาแก้ปัญหาเรื่องป่าไม้จะมีความลำบากในอนาคต ซึ่งวาระสำคัญของของโลก ต้องก้าวข้ามปัญหาวิกฤตที่ครอบคลุมอยู่สี่ประเด็นสำคัญ ประเด็นแรก คือ การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ หรือ สภาวะโลกร้อน ประเด็นที่สอง คือ การเป็นสมาชิก UN เราต้องมีการรายงานเป้าหมายเรื่องคาร์บอน ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามที่จะมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน จึงต้องมีพื้นที่สีเขียวที่เป็นที่กักเก็บคาร์บอน ประเด็นที่สามเรื่อง การกำหนดพื้นที่ป่าไม้ให้ชัดเจน ประเทศไทยตั้งเป้าหมายว่าต้องมีป่าไม้ร้อยละ 40 ถึงจะสามารถพัฒนาสู่ความยั่งยืนได้ ปัจจุบันป่าอนุรักษ์ถือว่ามีเพียงพอ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือป่าเศรษฐกิจ ที่มีเพียงร้อยละ 15 หรือประมาณ 48 ล้านไร่ จึงต้องนำโครงการนี้ไปดำเนินการผลักดัน และต้องวางเป้าหมายภายใน 10 ปีข้างหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่ขาดอยู่ ประเด็นที่สี่ คือ การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้สอดรับในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่เน้นเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้เกษตรกรได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ โดยแผน 10 ปี จะต้องยกระดับรายได้ 2.6 ล้านครัวเรือน มีต้นไม้ 1,040 ล้านต้น มีป่าเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 26 ล้านไร่ คิดมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ในการปลูกป่าชุมชนของประเทศไทยถือว่าได้เปรียบสามารถปลูกป่าได้ทุกที่ทุกระดับของประเทศ
ภายในงานฯ จัดให้มีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ จำนวน 17 ชุมชน การเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การเสวนา “ชวนคุยชวนคิด: ปลูกไม้มีค่าจากต้นกล้า สู่ Carbon Neutrality”, การเสวนา “ไม้มีค่า...จากป่าสู่คน...ชุมชนยั่งยืน...พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย” และการแข่งขันเทคนิคการพูด “สร้างทูตเยาวชน” ชุมชนไม้มีค่า ครั้งที่ 1 (1st TED Talks & Guardians of the Forest) นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของหน่วยงานบูรณาการขับเคลื่อน 4 หน่วยงาน และชุมชนที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ ดีเด่น 8 ผลงาน รวม 12 ผลงาน
สำหรับการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ได้มอบหมายให้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กรมป่าไม้ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการขับเคลื่อน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 5 กลไกหลัก ได้แก่ 1) การปลดล็อกทางกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง 2) การเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์กล้าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ 3) การวิจัย เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน 4) การขยายผลในพื้นที่ทั่วประเทศไทย และ 5) การประเมินมูลค่า การตลาด และแปรรูป จนสามารถผลักดันให้เกิดการนำผลงานโครงการชุมชนไม้มีค่าไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลายและเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดงานฟอรั่มไม้มีค่า “สร้างเสน่ห์ชุมชนสีเขียว: Enchanting Green Community” ในครั้งนี้
อัลบั้มภาพ
คุณต้องการค้นหาข้อมูลอะไร ?
ค้นหา