วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ (Digital Belt and Road International Center of Excellence: DBAR-ICoE-Bangkok) ร่วมกับคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) จัดการประชุมคู่ขนาน (Side event) เรื่อง “Scaling Science-Based Solutions for Sustainable Development: Regional Innovations in Technology and Data for Achieving the SDGs” ภายใต้หัวข้อ “Advancing sustainable, inclusive, science- and evidence-based solutions for the 2030 Agenda and its SDG for leaving no one behind in Asia and the Pacific” ภายใต้การประชุม Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งสหประชาชาติ (UNCC) กรุงเทพฯ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, Dr. Preeti Soni, Head, Asian and Pacific Centre for Transfer of Technology (APCTT/ESCAP), Prof. Huadong Guo, Director General, International Research Center of Big Data for Sustainable Development Goals (CBAS) และ Ms. Lin Yang, Deputy Executive Secretary, United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (ESCAP) ร่วมกล่าวเปิดการประชุม พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ฯ ได้มอบหมายให้ น.ส.ศิรินทร์พร เดียวตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิจัย เข้าร่วมการประชุมฯ ด้วย
ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ความสำคัญต่อประเด็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยการสนับสนุนศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ (DBAR-ICoE-Bangkok) อันเกิดจากความร่วมมือระดับนานาชาติ ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences, CAS) ในการส่งเสริมและเสริมสร้างศักยภาพในระดับชาติและระดับภูมิภาคในการนำข้อมูลโลกขนาดใหญ่ (Big Earth Data) และเทคโนโลยีขั้นสูง มาใช้รับมือกับความท้าทายในประเทศและภูมิภาค เพื่อเร่งความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายระดับชาติและระดับภูมิภาคในหน่วยงานรัฐบาลระดับชาติและระดับท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชน ผ่านกิจกรรมการฝึกอบรม การสร้างขีดความสามารถ และการกำหนดนโยบาย
Dr. Preeti Soni, Head, Asian and Pacific Centre for Transfer of Technology (APCTT/ESCAP) กล่าวว่า การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและข้อมูลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และผลลัพธ์โดยรวมของนโยบายและโครงการต่างๆ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลร่วมกัน เช่น การคาดการณ์และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ การเกษตรแม่นยำ และเมืองอัจฉริยะ เป็นต้น โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล หน่วยงานพันธมิตรต่างๆ รวมทั้งชุมชนท้องถิ่นมีความสำคัญในการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาคส่วนต่างๆ
Prof. Huadong Guo, Director General, International Research Center of Big Data for Sustainable Development Goals (CBAS) กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจำเป็นต้องเร่งพัฒนาตนเองผ่านการสร้างเทคโนโลยีที่ยั่งยืน การยกระดับศักยภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูล และการเสริมสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การตัดสินใจเชิงนโยบายจำเป็นต้องสอดคล้องกับกระแสของข้อมูลที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่
Ms. Lin Yang, Deputy Executive Secretary, United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (ESCAP) กล่าวถึง รายงาน Asia-Pacific SDG Progress Report ที่ชี้ให้เห็นว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังมีความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในเป้าหมายที่ 12 (การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) และเป้าหมายที่ 13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้เพื่อเร่งความก้าวหน้า ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติ นำมาซึ่งข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำและการจัดการของเสีย ซึ่งจำเป็นต้องมีแนวทางบริหารจัดการที่ดี
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอในประเด็นสำคัญ อาทิ การใช้ข้อมูล Big Data เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ อีกด้วย
การประชุม Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ครั้งที่ 12 เป็นเวทีระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนอย่างครอบคลุม และอิงตามวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ได้แบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย สามารถนำเสนอการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติที่ดีในการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในภูมิภาค