สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “จุดประกายนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ : Ignite Innovation to Utilization (I2U)” รุ่นที่ 1 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ปลุกพลังนักวิจัยรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรม” พร้อมด้วยนางสาวมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับ ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการงานวิจัยของประเทศ
ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้ทุนสนับสนุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย และการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพ นักวิจัยรุ่นใหม่ ถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ นักวิจัยรุ่นใหม่มีศักยภาพที่โดดเด่นหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความคิดสร้างสรรค์ ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ความใฝ่รู้ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการทำงานเป็นทีม ซึ่งเอื้อต่อการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึง ทักษะด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยให้สามารถนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงนั้น นักวิจัยรุ่นใหม่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศในระยะยาว
นางสาวมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดย วช. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเราเชื่อมั่นว่านวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ ในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการพัฒนานวัตกรรม และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของนักนวัตกรและผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาแบ่งปันความรู้และแนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมในหลากหลายสาขา นอกจากนี้ นิสิต นักศึกษายังมีโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากต่างสถาบัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ และช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและประเทศชาติต่อไป
โดยกิจกรรมภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อประเด็นต่าง ๆ อาทิ การเสวนาเรื่อง “จุดประกายความคิด สร้างสรรค์นวัตกรรม : เรียนรู้จาก Case Study” จากผู้ที่ได้รับรางวัลจากเวที I-New Gen Award ได้แก่ ผลงานเรื่อง “NAMA COFFEE : เครื่องดื่มกาแฟทางเลือกปราศจากคาเฟอีนผลิตจากเมล็ดอินทผลัมเหลือทิ้ง ข้าวบาร์เลย์และผักโขม อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและแมกนีเซียม โดยเทคโนโลยีห่อหุ้มระดับนาโน”โดย นายพัทธพัฐ บวรธรรมรัตน์ แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมสเปรย์ฟิล์มเคลือบผิวโซลาเซลล์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าสู่แหล่งพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนด้วยอนุภาคนาโนคาร์บอนดอทจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร” โดย นายชนาธิป อมรธรรมสถิต แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล และผลงานเรื่อง “ศานาสถาน : น้ำยาเซลลูโลส-ปูนขาวสำหรับการอนุรักษ์โบราณสถาน” โดย นางสาวณัฐสุดา เหมือนขจร แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการเสวนาโดย นายระพี บุญบุตร แห่ง บริษัท อาทิตย์เวนติเลเตอร์ จำกัด นอกจากนี้มีการให้ความรู้ เรื่อง “Design Thinking & Innovation Development: กระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างครบวงจร” โดย ดร.จักรกฤษณ์ ถาวร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการให้ความรู้ เรื่อง “สกิลการทำนวัตกรรมในโลกยุคดิจิทัล” โดย ผศ.ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย ได้มีการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ : การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Base Learning (PBL)) โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ตัวเองสู่การทำไอเดียต่อยอด รวมถึงทำให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ปลุกพลังคิดนวัตกรรมสุดเจ๋ง และเสริมไอเดียการสร้างนวัตกรรม การนำเสนออย่างไรให้โดนใจด้วย Storytelling รวมทั้งสรุปประเด็นจากการแบ่งกลุ่ม ให้แก่ทีมนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ อีกด้วย
กิจกรรม “จุดประกายนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ (I2U)” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ ให้มีโอกาสได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง