วันที่ 31 มีนาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการประชุมประชุมเสวนาวิชาการ เรื่อง ทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ : ข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 70 คน ณ สํานักงานเลขาธิการสภาศึกษา
รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สภาการศึกษาเป็นคลังปัญญาขับเคลื่อนการศึกษาประเทศด้วยองค์ความรู้ เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดทิศทางการวิจัยด้านการศึกษาพร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนการวิจัยทางการศึกษาของชาติ ทำให้งานวิจัยเป็นเครื่องมือที่ช่วยออกแบบนโยบายที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้อย่างแท้จริง ความท้าทายที่ต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือโครงสร้างประชากร ส่งผลต่อโจทย์วิจัยทางการศึกษา ประเด็นสำคัญทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนการวิจัยการศึกษาอย่างเป็นระบบ องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบในวงกว้างได้จริง รวมทั้งแนวทางการเชื่อมโยงหน่วยงานทุนวิจัยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง พัฒนาศักยภาพของนักวิจัย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้แพลตฟอร์มกลางเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายได้ใช้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ มีการจัดตั้งแพลตฟอร์มเพื่อเผยแพร่งานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ที่ประชุมรับฟังอภิปราย “แนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในการจัดทำงานวิจัยให้สอดคล้องกับทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ และการให้ทุนวิจัยทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ”
ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา กล่าวถึงกรอบทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2568-2570 ที่สภาการศึกษาได้จัดทำขึ้นประกอบด้วยกรอบวิจัย 4 ด้าน ได้แก่ 1.การวิจัยเพื่อพัฒนาแนวคิด ระบบ โครงสร้างรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ 2.การวิจัยเพื่อกำหนดระบบการผลิตและพัฒนาทักษะกำลังคนยกระดับภาพรวมของประเทศ 3.การวิจัยเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาเพิ่มขีดความสามารถในระดับนานาชาติ 4.การวิจัยเพื่อสร้างระบบนิเวศทางการศึกษานำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุดคือ การพัฒนาทักษะที่จำเป็น (Re-skills/Up-skills) และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่าการจัดสรรทุนวิจัยของ วช. มีการสนับสนุนทุนวิจัยที่สอดคล้องกับทิศทางกรอบการวิจัยทางการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2568-2570 โดยเป็นการสนับสนุนที่สอดแทรกอยู่ในกลุ่มเรื่องต่าง ๆ ของ วช. ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานักวิจัย หรือแผนงานด้านต่าง ๆ ของ วช. อาทิ สังคมคุณธรรม สังคมไทยไร้ความรุนแรง นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการวิจัยด้านการศึกษาจำเป็นต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านการเรียน การสอน การบริหารด้านการศึกษา และระบบนิเวศทางการศึกษา (Ecosystem) ด้วย
ดร.ศุภธิดา ศิริวงศ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานวิจัยการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ New Economy เพื่อเป้าหมายการจัดการศึกษาในภูมิทัศน์ใหม่ด้วยการขับเคลื่อนเทคโนโลยี ความรู้ นวัตกรรม พัฒนากำลังคน และมี ข้อเสนอการขับเคลื่อนคือให้มีการส่งเสริมยกระดับสนับสนุนมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ ทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำ รวมถึง สกสว. กำลังพิจารณาให้มีการเพิ่มเรื่องการศึกษาเข้าไปบรรจุในแผน ววน.
ด้าน ผศ.ดร.วิวัฒน์ เพชรศรี ผู้แทนสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยให้ความเห็นว่า คณะครุศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์จะนำเรื่องพัฒนาผลิตกำลังคนในระดับบัณฑิตศึกษาที่มีคุณภาพ และกรอบทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2568-2570 เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสาขาที่ขาดแคลน
ทั้งนี้ การประชุมประชุมเสวนาวิชาการ เรื่อง ทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ : ข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ มุ่งขับเคลื่อนทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2568-2570 โดยเน้นสนับสนุนทุนวิจัย พัฒนาเครือข่ายนักวิจัย และสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กรอบวิจัยครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบการศึกษา การผลิตและพัฒนาทักษะกำลังคน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา และการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษา ที่ประชุมยังเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อพัฒนาการศึกษาให้รองรับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ผ่านการพัฒนา Re-skills/Up-skills และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้