สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ลงนาม MOU “การนำผลงานทางวิชาการ ผลงานการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ” ร่วมกับ วช. มศว. และ มรภ.สุราษฏร์ธานี

วันที่ 11 มิ.ย. 2025
212 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน
วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธีลงนามและกล่าวเปิดงาน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งมี นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา, ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ว่าด้วยการนำผลงานทางวิชาการ ผลงานการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ” เพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการโดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานนิติบัญญัติและอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดการนำข้อมูลและองค์ความรู้จากผลงานวิจัย และงานทางวิชาการไปใช้ประโยชน์โดยมี นายพีระพจน์ รัตนมาลี รองเลขาธิการวุฒิสภา และนางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิจัย วช. พร้อมผู้บริหารจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มศว. และ มรภ.สุราษฏร์ธานีร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม B1-2 ชั้น B อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร
พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง กล่าวว่า วช. ถือเป็นหน่วยงานชั้นนำ ที่มีศักยภาพในด้านการวิจัยและวิชาการของประเทศ เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์งานวิจัยและการใช้ประโยชน์ในทุกรูปแบบ ยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศให้ทันต่อสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนภารกิจของทางวุฒิสภาต่อไปในอนาคต และจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้ง 3 แห่ง ประกอบไปด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยพิจารณาและตัดสินใจในภารกิจที่สำคัญของวุฒิสภาและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปด้วยความรอบคอบบนฐานทางวิชาการ และเป็นการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและวิชาการร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระหว่างหน่วยงานสถาบันอุดมศึกษา ในการรองรับกระบวนการดำเนินงานทางด้านนิติบัญญัติ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติโดยรวม
ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทั้ง 3 ฉบับ เป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านวิชาการ องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านนิติบัญญัติ โดยมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพและยกระดับองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ และความร่วมมือให้กับนักวิจัย นักวิชาการ บุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งหวังให้เกิดการนำข้อมูลและองค์ความรู้จากผลงานวิจัย และงานทางวิชาการไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ ตามบันทึกข้อตกลงที่ได้กำหนดไว้ร่วมกัน