เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมงาน ใหญ่ The 13th Annual Meeting of Global Research Council (GRC) 2025 โดยมี นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ วช. เข้าร่วมการประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13 ของ Global Research Council (GRC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 21 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
วช. เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมในหัวข้อด้าน AI ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ คณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตร วช. ได้รับเชิญให้ร่วมการเสวนา ภายใต้หัวข้อ “Greater Impact: Experiences, Best Practices, Opportunities, and Challenges of Using AI in Research Funding” ซึ่งจัดโดย Science Fund of the Republic of Serbia โดยหัวข้อเสวนาดังกล่าวมีผู้ร่วมอภิปรายจากหลากหลายประเทศ ได้แก่
- Prof. Nenad Filipović, Acting Director, Science Fund of the Republic of Serbia
- Prof. Torsten Schwede, President, Research Council, Swiss National Science Foundation
- Prof. Christopher Smith, Executive Chair, Arts and Humanities Research Council, UKRI
- Prof. Marija Gačić, Acting Director, Science Technology Park Kragujevac, Serbia
- Dr. Marko Selaković, Deputy Director, SP Jain School of Global Management, Dubai, UAE.
ดำเนินรายการโดย Ms. Ana Stevanović Zdravev, Program Manager, Science Fund of Serbia
การเสวนาครั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ฯ ได้นำเสนอแนวทางของประเทศไทย ที่มี วช. เป็นหน่วยงานในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และฐานข้อมูลกลางเพื่อยกระดับกระบวนการจัดสรรทุนวิจัย โดย วช. ได้พัฒนาเครื่องมือ AI เช่น Thai LLM ที่สามารถวิเคราะห์ความซ้ำซ้อนของโครงการวิจัย สรุปข้อมูลจากรายงานวิจัย และตอบคำถามผ่าน Chatbot เพื่อช่วยทั้งนักวิจัยและผู้บริหารทุนในการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการใช้ข้อมูลจากระบบ TNRR และ NRIIS ในการตรวจหาช่องว่างของงานวิจัย (research gap) เพื่อกำหนดทิศทางทุนวิจัยให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม พร้อมยกตัวอย่างโครงการ Smart Farming ที่เชื่อมโยงระหว่าง AI กับภาคเกษตรกรรม
ในช่วงท้าย อ. พีระศักดิ์ ได้สะท้อนบริบทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้าน AI ทั้งในแง่ของโอกาส เช่น การพัฒนา ecosystem และกำลังคนด้าน AI ของประเทศไทย ตลอดจนความท้าทาย เช่น ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีและข้อจำกัดทางกฎหมายระหว่างประเทศในภูมิภาค และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (best practices) เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม