เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง พร้อมผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ วช.เข้าร่วมการประชุม “The 9th STS forum ASEAN-Japan Conference” ภายใต้หัวข้อ “Bridging Science, Technology, and Society: Strengthening ASEAN-Japan Research Partnerships for Regional Growth and Global Impact” โดยการประชุมมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและญี่ปุ่น เพื่อร่วมรับมือกับความท้าทายของภูมิภาค โดยการประชุมแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่
Session 1: Strengthening Research Funding, Infrastructure, and Innovation Ecosystems for Sustainable Innovation
มุ่งเน้นการพัฒนาระบบทุนวิจัย การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน
Session 2: Advancing Strategic Collaboration in Interdisciplinary Research Areas for Regional Development
เน้นการวิจัยแบบสหวิทยาการ เช่น การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
Session 3: Urban Innovation and Start-up Ecosystems
มุ่งเน้นการส่งเสริมบทบาทสตาร์ทอัพ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายนวัตกรรมระดับภูมิภาค
ในโอกาสนี้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมเสวนาในช่วง Session ที่ 1 ร่วมกับผู้ร่วมเสวนาอีก 5 ท่าน ประกอบด้วย
- Prof. Dr. Agus Haryono, Deputy for Research and Innovation Facilitation, BRIN สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
- Prof. Dr. Vissanu Meeyoo, Vice President, TSRI ประเทศไทย
- Dr. Enrico C. Paringit, Executive Director of the Philippine Council for Industry, Energy, and Emerging Technology Research and Development (DOST-PCIEERD) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
- Mr. Atsushi Arakawa, Director of the ASPIRE Program, the Japan Science and Technology Agency (JST) ประเทศญี่ปุ่น
- Mr. Toshihide Fukui, Deputy Director-General, Science and Technology Policy Bureau, Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology (MEXT) ประเทศญี่ปุ่น
นางสาวศิรินทร์พรฯ ได้นำเสนอประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกลไกการสนับสนุนทุนวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ (Priority-driven) เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศและโลก การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในทุกระดับ ตลอดจนการเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของการสร้างระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรการวิจัยทุกระดับ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง