วช. ร่วมกับ สวก. สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และภาคีจังหวัดชายแดน เดินหน้ายุทธศาสตร์ฟ้าใสขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา PM2.5 และฝุ่นควันข้ามแดน

วันที่ 27 ส.ค. 2025
182 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน
วันที่ 26 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วยภาคีความร่วมมือพื้นที่ปฏิบัติการจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือและกลไกพื้นที่ปฏิบัติการเชียงราย พะเยา น่าน ขับเคลื่อนแก้ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน ไทย-ลาว-เมียนมา และแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการเผาและฝุ่นควันข้ามแดนของพื้นที่ ระดมความคิดเห็น ร่วมตั้งเป้าหมายแนวทางและแผนปฏิบัติการลดการเผาในพื้นที่ปฏิบัติการระดับพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจาก นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเปิดการประชุมและแสดงเจตจำนง ในการขับเคลื่อนแก้ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน ไทย-ลาว-เมียนมา และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงแผนงานเป้าหมายสำคัญ ของ วช. นางสาวปิยธิดา ถิระรณรงค์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนงานวิจัยการเกษตร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กล่าวถึงแผนงานเป้าหมายสำคัญ ของ สวก.
นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า พื้นที่วิกฤตไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ เป็นผลจากการเผาป่าและเผาเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรช่วงหน้าแล้ง ด้วยพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาวและเมียนมา จึงทำให้ระดับมลพิษหมอกควันข้ามแดนที่รุนแรงได้มากขึ้นและยากต่อการควบคุม ทั้งนี้จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยจังหวัดพะเยา และน่าน จะยกระดับความร่วมมือที่เข้มข้นและมุ่งเป้าหมายในการลดการเผา เพื่อลด PM2.5 มากขึ้น โดยร่วมกับเมืองคู่ขนานของทั้ง 2 ประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติที่ดีร่วมกันในการจัดการลดเผา ลดผลกระทบ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเกี่ยวข้องให้เกิดการปฏิบัติให้เป็นวิถีข้ามแดนให้ต่อเนื่องต่อไป
นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหา PM2.5 ทางตอนเหนือของประเทศไทย เป็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่เกิดซ้ำทุกปี ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน วช. ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรหลากหลายภาคส่วนเพื่อให้เกิดความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนทุนวิจัยใน “มิติลดฝุ่นควันข้ามแดน” ที่มีความสำคัญและกระทบกับประเทศไทยโดยตรง เพื่อสร้างกลไกการเชื่อมโยงการดำเนินงานจากระดับนโยบายของประเทศสู่ระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน และแม่ฮ่องสอน
นางสาวปิยธิดา ถิระรณรงค์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนงานวิจัยการเกษตร กล่าวว่า สวก. มีนโยบายการสนับสนุนทุนวิจัยด้านการเกษตร ที่มุ่งเน้นทำงานไปสู่การใช้ประโยชน์ปลายทางเพิ่มขึ้น ยกระดับการสร้างผลกระทบที่ชัดเจนต่อประเทศ ปัญหา PM2.5 ทางตอนเหนือของประเทศไทย จากการเผาในที่โล่งจากภาคการเกษตรและประเด็นฝุ่นควันข้ามแดน สนับสนุนทุนวิจัยในการส่งเสริมและสร้างความร่วมมือเพื่อนำเอานวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปปรับใช้และขยายผลด้านการเกษตรที่ยั่งยืน พัฒนาศักยภาพ และบริหารจัดการลดการเผาและหมอกควันข้ามแดนให้เกิดการต่อยอดและขยายผลการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวเสริมว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้เข้ามามีบทบาทและสนับสนุนความร่วมมือดำเนินงานการขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ร่วมกับจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และแม่ฮ่อง และประเทศเพื่อนบ้าน สะท้อนความร่วมมือในการขยับกลไกการทำงานทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เสริมสร้างศักยภาพการจัดการและลดหมอกควันข้ามแดน และผลักดันให้เกิดเป็นแนวทางและปฏิบัติที่ดีเพื่อลดเผาในภาคเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดนร่วมกัน
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้าใจต่อการดำเนินงาน การบูรณาการ และผลักดันความร่วมมือกับพื้นที่เป้าหมายดำเนินงานลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ซึ่งภายในกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยาย อาทิ “สถานการณ์และกลไกความร่วมมือยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) แก้ไขปัญหามลพิษอากาศและหมอกควันข้ามแดนไทย ลาว เมียนมา และภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” “ข้อมูลอวกาศ พฤติกรรมฝุ่นควัน และมลพิษหมอกควันข้ามแดน” “งานความมั่งคงกับการขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน” “การพัฒนาความร่วมมือกลไกความร่วมมือ เมืองคู่ขนาน และแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ขับเคลื่อนการจัดการลดเผาและลดหมอกควันข้ามแดน” ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมเสริมพลังผู้นำพื้นที่ปฏิบัติการร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน และระดมความเห็นแนวทางและปฏิบัติการลดเผาในพื้นที่เป้าหมายของ 3 จังหวัด เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดนต่อไป