วช. ร่วมย้ำบทบาทของประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลาง AI ด้านสุขภาพ ในเวทีวิชาการ “AI in Healthcare” ในระหว่างการประชุม STS forum 2025

วันที่ 7 ต.ค. 2025
327 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน
วันที่ 6 ตุลาคม 2568 ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “AI in Healthcare: Shaping the Future of Healthcare in Thailand” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุม STS Forum 2025 ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมี Daria Donati, Chief Scientific Officer, Genomic Medicine, Cytiva, Sweden ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม (Session Chair)
ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยประมาณการประชากรไทยกว่า 20% จะมีอายุมากกว่า 60 ปี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นกว่า 15% ของค่าใช้จ่ายครัวเรือน ขณะที่ประชาชน โดยเฉพาะในชนบทยังคงเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ซึ่งเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ เช่น การใช้ AI ในการตรวจวินิจฉัยโรคที่ให้บริการทางการแพทย์ไปยังพื้นที่ห่างไกล และการแพทย์เฉพาะบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย Big Data ซึ่งช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วย
ทั้งนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของ วช. ในการสนับสนุนงานวิจัยและสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ด้านสุขภาพ โดยใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ได้อภิปรายและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้บริหารจากหน่วยงานชั้นนำระดับโลก ได้แก่
- Prof. David Harel, President, Israel Academic of Sciences and Humanities
- Dr. Yensi Flores, Co-Chair, Global Young Academy
- Dr. Alok Tayi, Co-Funder and CEO, Vibe Bio
- Dr. Eric di Luccio, Director, Chief Technology Officer, Research & Development, HIROTSU BIO SCIENCE INC.
- Mr. Steven Yatomi-Clarke, CEO, AURORA BIosynthetics
- Dr. Francesco Svelto, University of Pavia
- Prof. Pengtao Liu, Sciences, School of Biomedical, University of Hongkong
ศาสตราจารย์ ดร. สนองฯ กล่าวถึงการส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และความยั่งยืน รวมทั้งนำเสนอแนวคิดการพัฒนาระบบ “AI-supported Grant Evaluation System” เพื่อยกระดับการพิจารณาทุนให้มีความแม่นยำ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการบูรณาการการประเมินคุณค่าทางวิชาการร่วมกับระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี (TRL) พร้อมทั้งคำแนะนำด้านกฎหมาย จริยธรรม และการทดลองทางคลินิก เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในสังคมได้จริง พร้อมยกตัวอย่างโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ได้แก่
- AI Mask
- Logistic Health
- Mobile Medical Check-up Technology
โดยเน้นย้ำว่าการสนับสนุนงานวิจัยอย่างถูกเวลาและมีกลไกประเมินที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชน สร้างบุคลากรใหม่ และเสริมความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสุขภาพและชีวเภสัชกรรม ความร่วมมือระหว่างนักเทคโนโลยี แพทย์ ผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงนักวิชาการในมิติวิทยาศาสตร์ กฎหมาย และเชิงพาณิชย์ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
อนึ่ง การเข้าร่วมและแสดงบทบาทของ วช. ในเวที STS forum 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ วช. ในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุและขยายการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ด้านสุขภาพอย่างมีจริยธรรม รับผิดชอบ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง