สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การประยุกต์ใช้นวัตกรรมน้ำยาเซลลูโลสในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ
นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ตระหนักถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และได้ให้
การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1) โครงการ
“การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมสุขภาวะ: การยับยั้งเชื้อราในกระดาษและหนังสือด้วยน้ำยาเคลือบชีวฐาน” และ 2) โครงการ “ศาสนสถาน: น้ำยาเซลลูโลส-ปูนขาวสำหรับการอนุรักษ์โบราณสถาน”
โดยมีเป้าหมายให้องค์ความรู้จากงานวิจัยเหล่านี้ นำไปสู่การพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตลอดจนสร้างเครือข่ายนักวิจัยและนักอนุรักษ์ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
การอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรับข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมด้านการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ภายในงานมีการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายหัวข้อ อาทิ “ปูนโบราณกับการเสื่อมสภาพในโบราณสถาน” โดย นายสรรินทร จรัลนภา จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ “ปูน เพื่อการอนุรักษ์ศิลปกรรม” โดย นายสมัคร ทองสันท์ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี “นวัตกรรมศาสนสถาน : น้ำยาเซลลูโลส-ปูนขาวสำหรับการอนุรักษโบราณสถาน” โดย รศ.ดร.คเณศ วงษ์ระวี จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสารหน่วงไฟและสารเคลือบป้องกันตะไคร่น้ำและเชื้อราฯ” โดย ดร.ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ จากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ
นอกจากนี้ ยังมีสาธิตเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมน้ำยาเคลือบกระดาษ
ชีวฐาน และการใช้น้ำยาเซลลูโลส-ปูนขาวสำหรับการซ่อมแซมรอยแตกร้าวของโบราณสถาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เละเห็นการประยุกต์ใช้งานจริง อันเป็นการต่อยอดองค์ความรู้สู่งานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม