วช. ลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงธรณี (Geotourism Management) ในเส้นทาง Cheorwon ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้
วันที่ 17 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และนางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ วช. เข้าร่วมกิจกรรมการลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงธรณี (Geotourism Management) ในเส้นทาง Cheorwon ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ เพื่อลงพื้นที่ศึกษาแนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงธรณี (Geotourism Management) ในเส้นทาง Cheorwon ครอบคลุมทั้งด้านแหล่งธรณีวิทยา ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
จุดศึกษาดูงานสำคัญประกอบด้วย
• Hwajeokyeon เป็นสถานที่ทางธรณีวิทยาประกอบด้วยกลุ่มหินแกรนิตยุคครีเทเซียส ที่ถูกกัดเซาะและถูกทับซ้อนด้วยลาวายุคควอเทอร์นารี จุดเด่น คือ แนวรอยแตก หลุมกัดเซาะจากกระแสน้ำ
• Cheorwon Peace Observatory หอสังเกตการณ์สันติภาพชอวอน เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเขตปลอดทหาร (DMZ) ภายในหอยังมีกล้องโทรทรรศน์และแบบจำลองภูมิประเทศ ซึ่งเป็นพรมแดนกั้นระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
• Soisan Observatory ยอดเขาโซอีซาน เป็นหอดูดาวที่สร้างบนฐานทัพทหารเก่าในสมัยสงครามเกาหลี เป็นแหล่งที่ผสมผสานเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และธรณีวิทยา
• Songdaeso เป็นช่องเขาหินบะซอลต์ที่เกิดขึ้นในบริเวณแม่น้ำฮันทัน แสดงให้เห็นระหว่างแนวเขตหินบะซอลต์และหินแกรนิต แหล่งภูมิทัศน์และรูปแบบหินที่โดดเด่น โดยเฉพาะแนว Columnar Joints และมีสะพานทางช้างเผือก (Milky Way Bridge) เป็นสัญลักษณ์ของความงดงามของแม่น้ำฮันทัน
การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการอุทยานธรณีให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการพื้นที่ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ การลงพื้นที่ศึกษาดูงานภายใต้โครงการขององค์การยูเนสโก ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่เชิงธรณีที่ประสบความสำเร็จของประเทศต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการส่งเสริมการพัฒนาอุทยานธรณีในประเทศไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป