วช. ร่วมกับ สวทช. และผู้อำนวยการหลักสูตร TAIST-Science Tokyo ร่วมหารือผู้เชี่ยวชาญ Tokyo Women’’s Medical University ต่อยอดเครือข่ายวิจัยด้าน Biomedical Engineering และ AI

วันที่ 3 พ.ย. 2025
260 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

         เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับผู้บริหาร สวทช. และผู้อำนวยการหลักสูตร TAIST-Science Tokyo นำคณะเข้าพบ Prof. Ken Masamune, ABMES Vice-Director และ MAC Director  ณ สถาบัน TWIns (Tokyo Women's Medical University-Waseda University Joint Institution for Advanced Biomedical Sciences)  กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือและสร้างเครือข่ายวิจัยด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
         การหารือครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Prof. Ken Masamune ซึ่งดำรงตำแหน่ง​รองผู้อำนวยการสถาบันวิศวกรรมการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพขั้นสูง (ABMES) และผู้อำนวยการศูนย์ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (MAC) โดยคณะผู้บริหารจาก วช. สวทช. และผู้อำนวยการหลักสูตรฯ ได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในอนาคต เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคนระดับสูงและการทำวิจัยร่วมกันระหว่างสองสถาบัน
          Prof. Ken Masamune ได้กล่าวถึงงานวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงที่สถาบัน TWIns ซึ่งมีความโดดเด่นในการบูรณาการผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขามาร่วมกัน เช่น วิศวกร, ศัลยแพทย์ระบบประสาท, และทันตแพทย์ เพื่อร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ โดยมีโครงการสำคัญคือ Smart Cyber Operating Theater (SCOT) หรือ ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ ที่รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้นในห้อง เช่น จอภาพ ระบบนำทาง เตียงผ่าตัด เครื่องจี้ไฟฟ้า ไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลาง ข้อมูลทุกอย่างจะถูกประทับเวลา (Time Stamp) ที่ซิงโครไนซ์อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถวิเคราะห์ย้อนกลับได้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทางการแพทย์ในอนาคต
          นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีสนับสนุนศัลยแพทย์รูปแบบใหม่ เช่น แขนกลหุ่นยนต์ “ระบบเบรก" (Brakes) ที่ช่วยพยุงแขนของศัลยแพทย์ โดยไม่ใช้มอเตอร์ สามารถลดการสั่นของมือ (Vibration/Tremors) เพื่อให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูงสุด แขนกลสามารถล็อคตำแหน่งและปลดล็อคเพื่อขยับได้ตามต้องการ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการผ่าตัดอย่างมาก
          "Tokyo Women's Medical University - Waseda University" เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของญี่ปุ่น กับ มหาวิทยาลัยการแพทย์สตรีโตเกียว (Tokyo Women's Medical University) เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ (International Program in Biomedical Sciences) 
         การหารือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของโครงการ TAIST-Science Tokyo ในการวางรากฐานความร่วมมือด้าน Biomedical Engineering และ AI ให้มีความเข้มแข็งทัดเทียมระดับนานาชาติ โดย รอง ผวช. ศิรินทร์พร ได้เสนอแนวการจัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัยร่วมกับสถาบัน TWIns เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาในโครงการ TAIST - Science Tokyo เข้าร่วมทำวิจัยกับทางผู้เชี่ยวชาญของญี่ปุ่น
          ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันถึงศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต โดยเฉพาะภายใต้กรอบโครงการ TAIST สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ (Biomedical Engineering and AI) พร้อมกันนี้ฝ่ายไทยได้เชิญ Prof. Ken Masamune เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อสานต่อการหารือและขยายความร่วมมือดังกล่าว
          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยเห็นว่า การสร้างเครือข่ายความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ อีกทั้งยังสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของการสนับสนุนทุนวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยคุณภาพสูงที่พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทยต่อไป