วช. เยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซูการ์โน (Soekarno Science and Technology Area) ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

วันที่ 7 พ.ย. 2025
221 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดยนางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวขวัญศิริ ชนยุทธ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเทศสัมพันธ์ นางสาวปาริชาติ ว่องไว ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย และคณะเจ้าหน้าที่ วช. เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานด้านชีวภาพ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซูการ์โน (Soekarno Science and Technology Area) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาการดำเนินงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ ชีววิทยาเขตร้อน และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย
ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซูการ์โนเป็นพื้นที่รวบรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยขนาดใหญ่ของประเทศอินโดนีเซียโดยได้บูรณาการหน่วยงาน ห้องปฏิบัติการ และศูนย์ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไว้ในพื้นที่เดียวกัน ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ National Research and Innovation Agency (BRIN) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 
ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ คณะผู้แทน วช. ได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่
1. อาคารรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ (Gedung Kehati) ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างทางชีวภาพของประเทศอินโดนีเซีย ครอบคลุมทั้งตัวอย่างพันธุ์ไม้ เมล็ดพันธุ์ พืชพรรณ สัตว์ และจุลินทรีย์ เพื่อใช้ในการวิจัย การอนุรักษ์ และการศึกษาทางธรรมชาติวิทยา 
2. อาคารปฏิบัติการวิจัยด้านจีโนมิกส์ (Genomics Laboratory) ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านจีโนมิกส์ที่มีความทันสมัยและครบวงจรสำหรับการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้างฐานข้อมูลจีโนมของสิ่งมีชีวิตในอินโดนีเซีย โดยมีห้องปฏิบัติการขั้นสูง เช่น ห้อง Sequencing Lab ที่สนับสนุนการวิจัยตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างดีเอ็นเอ การถอดรหัสจีโนม ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อพัฒนานวัตกรรมในด้านสุขภาพ เกษตร และสิ่งแวดล้อม
การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้คณะผู้แทน วช. ได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติของอินโดนีเซีย ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัย และระบบสนับสนุนวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้นในอนาคต