สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิและคณะนักวิจัย เข้าร่วมเวทีการนำเสนอผลงานทางวิชาการ ภายใต้งาน "50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน: การสร้างยุคใหม่แห่งโชคชะตาร่วมกัน (Golden 50 Years of China-Thailand Friendship: Forging a New Era of Shared Destiny)" ในการประชุมสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2568 ณ อาคาร Chen Yankui มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง วช. และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
การสัมมนาฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการระหว่างนักวิจัยและนักวิชาการไทยและจีน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือทางวิจัยและนวัตกรรมระหว่างสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เจตนารมณ์ของการเฉลิมฉลอง 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน และการร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ประกอบด้วย 4 หัวข้อหลัก ดังนี้
หัวข้อที่ 1 ความร่วมมือและการเชื่อมต่อด้านการค้า อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน (Trade, Industrial and Supply Chain Cooperation, and Connectivity)
หัวข้อที่ 2 การท่องเที่ยว การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน (Tourism, Education, and People-to-People Exchanges)
หัวข้อที่ 3 ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ พลังงานใหม่ และเศรษฐกิจสีเขียว (Collaboration in Artificial Intelligence, New Energy, and the Green Economy)
หัวข้อที่ 4 ความสัมพันธ์ไทย-จีน และการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน (China-Thailand Relations and the Building of a Community with a Shared Future)
วันแรกของการสัมมนาวิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน ครั้งที่ 14 ในหัวข้อเรื่อง "ความร่วมมือและการเชื่อมต่อด้านการค้า อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน (Trade, Industrial and Supply Chain Cooperation, and Connectivity)" ดำเนินรายการ โดย ดร.กุลนรี นุกิจรังสรรค์ จากศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Associate Professor Jin Yong จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ทำหน้าที่เป็น Session Chair พร้อมด้วย Professor Zheng Muqiang จากมหาวิทยาลัยซัวเถา ทำหน้าที่เป็น Session Moderator
การนำเสนอประกอบด้วยนักวิจัย นักวิชาการฝ่ายไทย-ฝ่ายจีน ได้แก่
1. ดร. มารยาท สมุทรสาคร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นำเสนอเรื่อง “ศูนย์กลางข้อมูลเปิดด้านงานวิจัยและพัฒนาไทย-จีน เพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน” กล่าวถึงประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลวิจัย (Open Data) เพื่อใช้ประโยชน์จาก AI และข้อมูลขนาดใหญ่ (Mega Data) ในการขับเคลื่อนนโยบายและนวัตกรรมตามเป้าหมาย SDGs โดย วช. มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการและเชื่อมโยงข้อมูลวิจัยระดับประเทศ พร้อมผลักดันความร่วมมือไทย–จีนผ่านศูนย์ความร่วมมือวิจัย เพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพด้าน AI และ Big Data ของนักวิจัยไทย
2. ดร. กุลนรี นุกิจรังสรรค์ ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอเรื่อง “การพัฒนาทักษะแรงงานไทยเพื่อรองรับความร่วมมือไทย-จีนในโลกอนาคตที่ผันผวน” กล่าวถึงเศรษฐกิจไทย–จีนขยายตัวรวดเร็ว จีนขึ้นแท่นคู่ค้าหลักในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ แต่แรงงานไทยยังขาดทักษะรองรับ โดยเสนอ 3 นโยบายในการขับเคลื่อน คือ ยกระดับทักษะภาษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาความร่วมมืออย่างยั่งยืน
3. Professor Song Qingrun มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง (Beijing Foreign Studies University) นำเสนอเรื่อง “ความร่วมมือทางรถไฟจีน–ไทย ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาระดับภูมิภาค” กล่าวถึงโครงการรถไฟจีน–ไทยจะเร่งการเชื่อมโยงภูมิภาค ขยายเครือข่ายคมนาคมหลายประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือจีน–อาเซียน และสนับสนุนความเจริญทางเศรษฐกิจตาม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”
4. ดร. กฤตินัยน์ ฤทธิชัย นำเสนอเรื่อง “ความร่วมมือระหว่างข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของไทย: การสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพื่ออนาคตร่วมกัน” กล่าวถึงไทย–จีนร่วมขับเคลื่อนพลังงานใหม่และเศรษฐกิจสีเขียวในวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เชื่อมโยง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางสีเขียว” กับโมเดล BCG ส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า–พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมผลักดันความร่วมมือโปร่งใสและยั่งยืน
5. Professor Wang Zhaohui มหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน นำเสนอเรื่อง “การเมืองทั้งหมดเป็นเรื่องท้องถิ่น: ระบอบสังคมการเมืองและโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” กล่าวถึงการสร้างรถไฟไทย-จีน ปัญหาการต่อต้านในสังคมในประเทศต่าง ๆ ในเชิงเปรียบเทียบ
6. นางสาวณัฐธิดา เย็นบำรุง สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ นำเสนอเรื่อง “ยุทธศาสตร์ดิจิทัล–สีเขียวระหว่างไทย–จีน ภายใต้ BRI: โอกาสเชิงยุทธศาสตร์ พื้นที่แห่งการต่อรอง และความร่วมมือคุณภาพในอนาคต” กล่าวถึงความร่วมมือรูปแบบใหม่นี้ช่วยให้ไทยได้ เทคโนโลยีสะอาดและโอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว แต่ในขณะเดียวกัน ไทยควรมียุทธศาสตร์ที่สมดุล เพื่อให้ความร่วมมือกับจีนด้านดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมเดินหน้าอย่างยั่งยืนและเป็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
7. Professor Liu Sheng มหาวิทยาลัยการต่างประเทศกวางตุ้ง (Guang Dong University of Foreign Studies) นำเสนอเรื่อง “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน–ไทย: สถานะปัจจุบัน ความท้าทาย และแนวทางรับมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพสูงของการค้าสินค้าระหว่างจีนและไทย” กล่าวถึงเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีจีน–ไทย การค้าทั้งสองประเทศเข้าสู่ช่วงคุณภาพสูง ต้องเร่งประสานกฎเกณฑ์ เทคโนโลยี และกลยุทธ์ท้องถิ่น ส่งเสริมความร่วมมือเชิงลึกและยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการค้า อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและจีน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงลึก การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การอภิปรายยังได้สะท้อนถึงศักยภาพของทั้งสองประเทศในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ได้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการเป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงความร่วมมือวิจัยและนวัตกรรมไทย–จีน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานความรู้ และสนับสนุนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน