วช. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ “ระบบเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมือง” จ.ขอนแก่น นำวิจัยนวัตกรรมสร้างระบบการจัดการน้ำแบบบูรณาการ

วันที่ 20 พ.ย. 2025
258 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ วช.  ผู้บริหารจาก วช. และทีมนักวิจัย ลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” ณ จังหวัดขอนแก่น
เทศบาลเมืองบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นหนี่งในพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างรวดเร็ว พื้นที่ตามธรรมชาติกลายเป็นพื้นที่เมือง ทางระบายน้ำธรรมชาติถูกดัดแปลงเป็นถนน ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำของเมืองขอนแก่น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดฝนตกหนัก พื้นที่บางแห่งของเมืองขอนแก่นประสบกับปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากการยกระดับพื้นของอาคารที่ปลูกสร้างใหม่ ทำให้ระบบระบายน้ำฝนในเมืองขอนแก่นมีประสิทธิภาพลดลงทำให้มีน้ำรอการระบาย สร้างความเสียหายทั้งทางตรงต่อสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของประชาชน และทางอ้อม เช่น การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ 
โครงการระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วม ในเขตเมืองขอนแก่น ซึ่งมี ผศ. ดร.วรพงษ์ โล่ห์ไพศาลกฤช สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็น หัวหน้าโครงการ ภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” ซึ่งมี รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม จาก วช. ในปีงบประมาณ 2568 ดำเนินการจัดทำระบบการเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้า ผ่านแอปพลิเคชัน (application) โดยอาศัยระบบเครือข่ายเชื่อมต่ออุปกรณ์ (Internet of Things, IoT) และพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อการจัดการน้ำท่วมเขตเมืองขอนแก่น (Khon Kaen City – Urban Flood Management, KKC-UFM) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในจังหวัดขอนแก่น เช่น สำนักงานจังหวัดขอนแก่น เทศบาลทั้ง 5 เทศบาล สำนักงานชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น สามารถกำหนดแผนแม่บทและแผนพัฒนาแนวทางการป้องกันน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมโดยตรง เพื่อลดความเสียหายจากการหยุดชะงักของกิจกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจ ลดภาระค่าชดเชยของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ที่สนับสนุนงบประมาณการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย