วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค:ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดพิธีเปิด “ศูนย์วิจัยชุมชนข้าวสกลทวาปี” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งมีนายวิชาญ ดาทุมมา นายอำเภอพังโคน, ศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ผศ.น.สพ.ดร.ชเวง สารคล่อง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร พร้อมด้วยประธานและรองประธานกลุ่มวิสาหกิจนอพลซา ให้การต้อนรับ ณ วิสาหกิจชุมชนนอพลซา ข้าวครบวงจร ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “ข้าวสกลทวาปี” จังหวัดสกลนคร เป็นส่วนหนึ่งของงานสำคัญของ วช. ในการขยายผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ระดับพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง โดยดำเนินการร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาคภายใต้นโยบายการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2559 เพื่อให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้และสามารถใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้จริง ทั้งนี้ พื้นที่อำเภอพังโคนมีศักยภาพด้านการผลิตข้าวและสั่งสมภูมิปัญญาข้าวฮางมายาวนาน โดยเฉพาะข้าวฮางหอมทองสกลทวาปีซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ทำให้พื้นที่เหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นชุมชนวิจัยต้นแบบ ศูนย์วิจัยแห่งนี้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิต แปรรูป และเพิ่มมูลค่าข้าวครบวงจร เพื่อยกระดับอาชีพและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ การขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น มหาวิทยาลัย และนักวิจัยในการพัฒนาชุมชนบนฐานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
นายวิชาญ ดาทุมมา นายอำเภอพังโคน กล่าวว่า ศูนย์วิจัยชุมชน “ข้าวสกลทวาปี” ที่ตั้งขึ้นในพื้นที่วิสาหกิจชุมชนนอพลซา อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร นับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวของพื้นที่อย่างเป็นระบบผ่านองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการเปิดศูนย์ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติและเครือข่ายวิจัยภูมิภาคในการนำผลงานวิจัยที่ผ่านการพัฒนาแล้วลงสู่การใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม พังโคนในฐานะแหล่งผลิตข้าวที่มีศักยภาพสูง ทำให้ศูนย์วิจัยแห่งนี้สามารถเป็นฐานข้อมูลและฐานปฏิบัติการที่ช่วยยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวในทุกมิติ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูก ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ด้วยงานวิจัย การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในวงกว้าง ศูนย์วิจัยชุมชนถูกคาดหวังว่าจะเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนพังโคนอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นต้นแบบสำหรับการขยายผลสู่พื้นที่อื่นอีกด้วย
ศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยชุมชน “ข้าวสกลทวาปี” เกิดขึ้นจากภารกิจที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ศูนย์วิจัยได้ถูกออกแบบเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาทักษะเทคโนโลยี และสร้างบุคลากรท้องถิ่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสนับสนุนงานบริการวิชาการอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยเฉพาะชุมชนในแอ่งสกลนครมีศักยภาพสูงด้านการผลิตข้าว มีดินอุดมสมบูรณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปีขึ้นทะเบียน GI และเคยได้รับมาตรฐาน OTOP ระดับ 5 ดาว วิสาหกิจชุมชนนอพลซาพัฒนาระบบผลิตข้าวครบวงจรเพื่อรองรับต้นทุนและสภาพภูมิอากาศ ศูนย์นี้ช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนามาตรฐานการผลิต เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร การเปิดศูนย์ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเป็นต้นแบบการนำงานวิจัยสร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยชุมชน “ข้าวสกลทวาปี” จะเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการผลิตข้าวครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรในพื้นที่ พื้นที่นี้ยังทำหน้าที่เป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนด้วยงานวิจัยที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างยั่งยืน