วช. ลงพื้นที่เชียงราย ติดตามระบบประปาชุมชนปลอดภัยจากสารหนู หนุนใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาน้ำเพื่อประชาชน

วันที่ 26 พ.ย. 2025
131 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ “การเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตน้ำประปาในการกำจัดสารหนูปนเปื้อนให้ได้มาตรฐาน และแนวทางการจัดการแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาอย่างยั่งยืน” ดำเนินงานโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญ ววน. “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” โดยมุ่งแก้ปัญหาคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ลุ่มน้ำกกที่ยังพบการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักเกินมาตรฐาน
คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นำโดย รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ท่านธานินทร์ ผะเอม ท่านสมบูรณ์ วงค์กาด พร้อมด้วย รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานฯ ลงพื้นที่ติดตามที่บ้านเมืองงิม และบ้านริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบในการทดสอบระบบกำจัดสารหนูและระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ (in-line sensor)
ดร.ณัฏฐพร พิมพะ หัวหน้าโครงการ ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์น้ำดิบในลุ่มน้ำกก ระดับการปนเปื้อนสารหนูล่าสุด และสาธิตการทำงานของระบบต้นแบบกำจัดความขุ่นและสารหนูที่พัฒนาโดย สวทช. รวมถึงการใช้งานชุดตรวจคุณภาพน้ำภาคสนาม และการเชื่อมต่อข้อมูลให้ อปท. เพื่อเตรียมพร้อมพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้เป็นไปตามมาตรฐานกรมอนามัย โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานจังหวัดในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
ในกิจกรรมครั้งนี้ หน่วยงานพื้นที่ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อทบทวนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบประปาชุมชน หาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการกรองสารปนเปื้อน และวางแผนขยายผลระบบต้นแบบไปยังพื้นที่เสี่ยงใกล้เคียงในภาคเหนือ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัย และชุมชนสามารถบริหารจัดการระบบประปาได้อย่างยั่งยืน
คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. กล่าวว่า
“จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่ต้องการเทคโนโลยีด้านน้ำอย่างเร่งด่วน การพัฒนาระบบประปาชุมชนให้ปลอดภัยจากสารหนูเป็นภารกิจสำคัญ และผลที่เห็นวันนี้เป็นก้าวสำคัญที่สามารถต่อยอดขยายผลได้จริงในพื้นที่อื่นของประเทศ”
ทั้งนี้ วช. จะลงพื้นที่ต่อเนื่องในจังหวัดพะเยาและเชียงใหม่ เพื่อรวบรวมข้อมูลและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น และพัฒนาแบบจำลองการจัดการน้ำชุมชนที่สามารถประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ต่อไป