วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Run Hide Fight: กลยุทธ์ความปลอดภัยสาธารณะ” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยคุกคาม พร้อมเสริมทักษะการเอาชีวิตรอดอย่างถูกต้องตามกลยุทธ์สากล ภายในงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี โดย นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 เป็นประธานกล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 กล่าวว่า ความปลอดภัยสาธารณะในชีวิตและทรัพย์สินเป็นรากฐานของการสร้างสังคมที่สงบสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน วช. เล็งเห็นถึงความสำคัญในประเด็นนี้จึงจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “Run Hide Fight” จะเป็นการเรียนรู้กลยุทธ์สากลที่เน้นการปฏิบัติที่รวดเร็ว และเหมาะสม เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยคุกคามร้ายแรง เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือ ตลอดจนสร้างภูมิคุ้มกันในสถานการณ์คับขันได้
ต่อมาเป็นการบรรยายเรื่อง “ที่มาและความสำคัญ และกรณีศึกษา Run Hide Fight” โดย พ.ต.ท. วิชิต อาษากิจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งได้อธิบายหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานเมื่อเผชิญเหตุรุนแรง ได้แก่ หนี (Run) ออกจากจุดที่ผู้ก่อเหตุอยู่, ซ่อน (Hide) เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของผู้ก่อเหตุให้มากที่สุด และสู้ (Fight) เป็นทางเลือกสุดท้ายโดยใช้สติและแรงที่มี พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจแนวหลักการปฏิบัติตัวเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เกิดภัยคุกคาม
จากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกิจกรรม ฝึกปฏิบัติจากเหตุการณ์สมมุติ เพื่อเสริมทักษะการตัดสินใจและการเอาตัวรอด โดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดย พ.ต.ท.วิชิต อาษากิจ พ.ต.ท.สิรยศ แสนสุขพ.ต.ท.จิรัตน์ สอนกระต่าย พ.ต.ต.หญิง ศิวลักษณ์ ไล้เลิศ
ถัดมาเป็นการถอดบทเรียนและสรุปองค์ความรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำแนวคิด Run Hide Fight ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ทั้งในสถานที่ทำงาน สถานศึกษา และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมฉลอง 66 ปี วช. ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม พร้อมผลักดันให้วิจัยและนวัตกรรมเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน