วช. เปิดมุมมองสังคมศาสตร์อินโด–แปซิฟิก ชูงานวิจัยท้องถิ่น–ข้ามสาขาเชื่อมอนาคตภูมิภาค

วันที่ 6 ธ.ค. 2025
107 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

ในการประชุม The 26th AASSREC Biennial Conference ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
วันที่ 4 และ 5 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมการประชุม The 26th AASSREC Biennial Conference ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงวิชาการต่อความท้าทายและอนาคตของภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ
ในโอกาสนี้ ดร.สุพจน์ อาวาส ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และ ผศ.ดร.ณัฐพร ไทยจงรักษ์ นักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้นำเสนอประเด็นสำคัญที่สะท้อนความหลากหลายและศักยภาพของงานวิจัยสังคมศาสตร์ไทย ร่วมกับนักวิจัยจากประเทศสมาชิก ดังนี้ 
ดร.สุพจน์ อาวาส นำเสนอผลงานเรื่อง “Social Science Perspectives on Indo-Pacific Transitions” ภายประเด็น “ Sustainability and Society: Interdisciplinary Approaches to Environmental and Technological Change“ โดยกล่าวถึงชุดความท้าทายใหม่ของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันมหาอำนาจ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป พร้อมเสนอกรอบคิด “ธรรมาภิบาลเชิงคาดการณ์ (anticipatory governance)” เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมรัฐภายใต้ความไม่แน่นอน รวมถึงแนวทางการวิจัยแบบผสมผสานที่คำนึงถึงบริบทพื้นที่เสี่ยง สังคมสูงวัย การย้ายถิ่น และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเป็นปึกแผ่นของสังคม
ผศ.ดร.ณัฐพร ไทยจงรักษ์ นำเสนอผลงานเรื่อง “The Role of Local History in Indo-Pacific International Relations: A Case Study of Thai-Cambodian Relations” ภายใต้ประเด็น “Navigating Change: Social Science Responses to Emerging Global Realities” โดยชี้ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ของประชาชนชายแดน มีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐมากกว่าการวิเคราะห์เชิงภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แนวคิดดังกล่าวช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านมุมมองของชุมชน และส่งเสริมการปลดปล่อยองค์ความรู้จากกรอบคิดแบบอาณานิคม ไปสู่การยกระดับฐานความรู้ท้องถิ่นให้มีบทบาทในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Social Science Research in the Indo-Pacific for Sustainable Futures” ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ 1. Navigating Change: Social Science Responses to Emerging Global Realities 2. Sustainability and Society: Interdisciplinary Approaches to Environmental and Technological Change 3. Reimagining Indo-Pacific Social Sciences: Local Knowledge and Global Discourse 4. Social Sciences in the Age of AI: Ethics, Inclusion and Transformation 5. Transforming Institutions, Research Agendas, and Public Engagement in the Indo-Pacific 6. Sustainable Policies for a Changing Indo-Pacific โดยประเด็นเหล่านี้ตอกย้ำว่า ท่ามกลางพลวัตที่ซับซ้อนของภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก สังคมศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการ ทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และสนับสนุนการกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ยุคใหม่ ทั้งด้านการใช้ข้อมูลข้ามสาขา การพัฒนาองค์ความรู้ท้องถิ่นให้ก้าวสู่สากล และการพิจารณาผลกระทบของเทคโนโลยีและประชากรศาสตร์ต่อสังคม
การเข้าร่วมการประชุมและนำเสนอผลงานของ วช. ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยในการตอบสนองความต้องการของภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ผู้ผลิตองค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์ที่มีคุณภาพ” พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายนักวิจัยระดับนานาชาติ และผลักดันความร่วมมือทางวิชาการเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก