สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การขยายผลและส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีของการจัดการวัสดุเกษตรและการใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ย่อยตอซังข้าวและข้าวโพดในพื้นที่จังหวัดน่าน” เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการเครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจาก นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนแผนงานวิจัยตามเป้าหมาย กล่าวถึงภาพรวมของโครงการวิจัยมุ่งเป้าและนโยบายการสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และมี ศาสตราจาร์ ดร.อลิสา วังใน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการและที่มาของโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อันเป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผ่านการปฏิบัติในพื้นที่นาสาธิตและการมีส่วนร่วมเชิงลึกของเกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ
นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน กล่าวว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยตอซังที่มีประสิทธิภาพในการย่อยตอซังข้าวและข้าวโพดสู่เกษตรกร เป็นการลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อันเป็นแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายควบคุมการเผาและส่งเสริมเกษตรปลอดการเผา โดยการใช้วิธีอื่นที่มีความยั่งยืนในการจัดการวัสดุทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ ยังช่วยพัฒนาดินและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ซึ่งช่วยให้เกิดการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างยั่งยืน และได้กล่าวเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ามามีส่วนร่วมกันขยายแนวทางปฏิบัติที่ดีในการจัดการวัสดุเกษตร ลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชาวน่านและอนาคตของลูกหลานในวันข้างหน้า ให้มีดินที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่สะอาด และสภาพแวดล้อมที่ดี
นางยุพิน เลิศบุรุษ กล่าวว่า วช. ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ในการขับเคลื่อนและบริหารจัดการเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ใน 2 ประเด็น คือประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) และประเด็น น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้งใน 10 จังหวัด ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมพร้อมใช้ไปหนุนเสริมและบูรณาการร่วมกับกลไกการปฏิบัติของหน่วยงานในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งการอบรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการลดจำนวน Hotspot (จากแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 จากการเผาในที่โล่ง) ที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ให้เกิน 5,000 จุด/ปีของพื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัด โดยมีความมุ่งหวังที่จะทำให้เกิดการทำงานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในทุกระดับ ทั้งระดับนโยบายในพื้นที่ระดับหน่วยงานปฏิบัติ/หน่วยฟังก์ชั่น หน่วยงานภาคท้องที่ ท้องถิ่น และภาคประชาสังคมเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทาง ขับเคลื่อน และเชื่อมโยงแผนการนำวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้ตอบโจทย์ปัญหาเชิงพื้นที่ได้อย่างตรงจุด โดยองค์ความรู้จากการอบรมในในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการเผามาสู่การใช้แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเกิดการมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยสู่การแก้ปัญหา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสุขภาพที่ดีขึ้น
โดยการอบรมในครั้งนี้ มีการแนะนำการใช้งานนวัตกรรมจุลินทรีย์ย่อยตอซัง-ลดการเผา และจุลินทรียส่งเสริมการเจริงเติบโตของพืช-เพิ่มผลผลิต รวมถึงการแชร์ประสบการณ์และความสำเร็จจากเกษตรกรต้นแบบที่มีการใช้งานจริง นอกจากนี้ ยังมีฐานสาธิตและปฏิบัติการจริงอีกด้วย