วันที่ 19 - 20 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) โดย ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ เรื่อง “ประเทศไทย ปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)” กล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา กรรมการ PC นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหาร วช. ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมกล่าวบทบาทและการสนับสนุนแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการ PC กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือปัจจุบันอยู่ในระดับอันตรายและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และภาคการท่องเที่ยวของประเทศ แผนงานฯ จึงมุ่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานนโยบาย หน่วยงานปฏิบัติ และภาควิชาการ เพื่อผลักดันการนำองค์ความรู้ไปใช้จริง โดยมีเป้าหมายสำคัญเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ ลดจำนวน Hotspot ลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน และลดจำนวนสถิติผู้ป่วย COPD ที่แอดมิทครั้งแรกจากสาเหตุฝุ่น พร้อมทั้งใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. และ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ได้รับการมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)” ผ่านการสนับสนุนโครงการวิจัยและนวัตกรรมให้แก่นักวิจัยและหน่วยงานที่มีนวัตกรรมพร้อมใช้ โดย วช. มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินของแผนงานฯ ผ่านกลไกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานในพื้นที่ ให้สามารถแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ต่อมา เป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการวิจัยใน 6 มิติ ดังนี้ 1) มิติระบบข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ 2) มิติการลดการเผาพื้นที่เกษตร 3) มิติการลดการเผาและจัดการไฟในพื้นที่ป่า 4) มิติลดมลพิษจากการคมนาคม 5) มิติลดมลพิษทางอากาศข้ามแดน และ 6) มิตินโยบายและการสื่อสารเชิงรุก เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการดำเนินงาน และผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมจากการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในระดับพื้นที่
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวนับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เพื่อให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 มีทิศทางที่ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของการดำเนินงานเชิงพื้นที่ และการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่ปลอดภัยจาก PM2.5 อย่างยั่งยืน