วันที่ 23 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงอรรถกระวีสุนทร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดสัมมนาเรื่อง “มิติใหม่การบริการ Digital Object Identifier” ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารสำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีผู้สนใจจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ รวมถึงกองบรรณาธิการวารสาร ในรูปแบบออนไซต์จำนวน 57 คน และรูปแบบออนไลน์จำนวน 115 คน จากทุกภูมิภาค สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การให้บริการการออกเลข DOI ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ DOI ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการสงวนรักษาทรัพยากรดิจิทัลและการเผยแพร่ผลงานวิจัยของไทย โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.โอภาส เกาไศยาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดการสัมมนาฯ
นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ในการบริการ DOI ว่า วช. ได้พัฒนาการบริการ DOI มาตั้งแต่ปี 2555 โดยปัจจุบันมุ่งสู่มิติใหม่ในปี 2567-2568 เพื่อเป็นศูนย์กลาง Thailand DOI Service Center และเป็นผู้นำเครือข่ายการให้บริการ โดยยกระดับจากสมาชิกประเภท Direct Member สู่การเป็น DataCite Consortium Lead รายแรกในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยในไทย โดยขยายขอบเขตบริการรองรับการออกรหัส DOI ให้กับผลงานวิจัย เช่น ชุดข้อมูล (Datasets), วิทยานิพนธ์ และรายงานการวิจัย นอกจากนั้น ยังร่วมมือกับ Crossref เพื่อเป็นหน่วยงานแรกในไทยที่เป็น Crossref Sponsor เพื่อช่วยวารสารในฐาน TCI ออกรหัส DOI สำหรับบทความวารสารได้อย่างมีมาตรฐานสากลเพื่อความยั่งยืนในอนาคตโดยเน้นด้านการจัดการ Metadata ตามมาตรฐาน ISO 26324 ทั้งนี้เชื่อว่า Thailand DOI Service Center จะเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลวิจัยที่เชื่อมโยงกันได้ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและอ้างอิงข้อมูลอย่างเปิดกว้างและยั่งยืนรองรับการเป็น Open Science ในอนาคต
ศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย ได้นำเสนอแนวโน้มการบริการ DOI โดยอธิบายถึงความสำคัญของ DOI ในสภาพแวดล้อมการวิจัยและสังคมดิจิทัลที่น่าสนใจว่า DOI เป็นรหัสถาวร (Persistent Identifier) ทำหน้าที่ระบุตัวตนผลงานดิจิทัลอย่างถาวร สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในระยะยาว ถือเป็นโครงสร้างหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลการวิจัย (Connected Research) และช่วยในการติดตามการอ้างอิง (Citation Tracking) ที่แม่นยำ ยิ่งปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ทำให้ Metadata ของ DOI มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะทำหน้าที่เป็น Input ให้ AI เข้าใจบริบทข้อมูล และใช้ DOI เป็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ในการตรวจสอบความถูกต้อง อีกทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดในการนับจำนวนผลงานในฐานข้อมูล Scopus/WoS และเพิ่มค่า Altmetrics จากการแชร์ผ่านสื่อออนไลน์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนหลักการ FAIR เพื่อให้ข้อมูลวิจัยสามารถ ค้นหาง่าย เข้าถึงได้ ทำงานร่วมกันได้ และนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเป็นระบบสากล นอกจากนั้น คณะนักวิจัยยังได้แนะนำระบบการฝึกอบรมผ่านรูปแบบออนไลน์ในเว็บพอร์ทัลของ Thailand DOI Service Center รวมถึงแนะนำระบบการออกรหัส DOI ผ่านระบบของ Crossref และ Frabica ของ DataCite เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีความเข้าใจรูปแบบการบริการ DOI มากขึ้น
สำหรับการสัมมนาครั้งนี้เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนและนำเสนอข้อคิดเห็นนั้น ผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องการให้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติขยายความร่วมมือการสนับสนุนการออก DOI ให้กับหน่วยงานหรือวารสารที่ยังไม่มี ความพร้อม โดยเฉพาะวารสารในกลุ่มที่ 2 ที่มีคุณภาพเช่นกัน โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เน้นย้ำถึงแผนงานและนโยบายที่จะมีการสนับสนุนการให้บริการ DOI อย่างต่อเนื่องและจะขยายผลโครงการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น