สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขยับขับเคลื่อนการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างเป็นรูปธรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงานและเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) และบันทึกข้อตกลง (MOA) ภายใต้ความร่วมมือเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่จริง เพื่อจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ผนึกกำลังพหุศาสตร์ แก้ปมขัดแย้งและฝุ่นควัน ณ แม่สาภู ฮ. บ้านแม่สาน้อย หมู่ที่ 10 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568
กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. จำนวน 3 โครงการหลัก ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ฐานข้อมูลวิชาการและการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่:
-โครงการ "การศึกษาสาเหตุต้นตอปัญหาหมอกควันไฟป่าแบบมีส่วนร่วม" : เน้นการจัดการความขัดแย้งด้วยยุติธรรมชุมชน
-โครงการ "แผนเชิงรุกร่วมภาคีเครือข่าย": เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฝุ่นใน 4 จังหวัด (เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, ลำปาง)
-แผนงาน "นวัตกรรมและการสื่อสารเชิงรุก": ยกระดับแผนนโยบายระดับจังหวัดสู่ภาคปฏิบัติ
พิธีลงนามประวัติศาสตร์ 3 ฝ่าย เพื่อป่าดอยสุเทพ-ปุย ไฮไลท์สำคัญของงานคือการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชนดั้งเดิม ณ แม่สาภู ฮ. บ้านแม่สาน้อย จังหวัดเชียงใหม่ ผ่าน 2 ข้อตกลงสำคัญ: การลงนาม MOU 3 ฝ่าย: ระหว่างอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, ชุมชนบ้านแม่สาน้อย และชุมชนบ้านใหม่สันคะยอม เพื่อร่วมกันจัดการไฟป่าและไฟข้ามเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และ การลงนาม MOA จัดทำแผนปฏิบัติการ (พ.ศ. 2569-2570): เพื่อป้องกันไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ควบคู่ไปกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตของชุมชนบ้านแม่สาใหม่และบ้านแม่สาน้อย โดยมีพยานจากหลายภาคส่วนร่วมเป็นสักขีพยาน มากกว่าการดับไฟ คือการยกระดับคุณภาพชีวิต
นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการ วช. ระบุว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การลดสถิติการเกิดไฟป่าเท่านั้น แต่เป็นการสร้างต้นแบบการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า มีการวาง Timeline การทำงานที่ชัดเจน และใช้องค์ความรู้จากพื้นที่จริงมาปรับใช้กับนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน และยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น