วันที่ 20 มกราคม 2569 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (2nd Thailand National PM2.5 Forum) ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล ขับเคลื่อนอากาศสะอาดร่วมกัน” โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และผู้บริหารภาคีเครือข่าย ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า ปัญหา PM2.5 เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งมุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งสนับสนุนการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ เพื่อให้การจัดการคุณภาพอากาศของประเทศมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และหวังว่าเวทีนี้จะสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม และนำไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้หายใจในอากาศที่สะอาดและปลอดภัย
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กล่าวว่า ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาข้ามพรมแดนที่ผูกพันกับกระแสลมร่วมกัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือระดับลุ่มน้ำโขงแทนการกล่าวโทษกันฝ่ายเดียว การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือที่กว้างขวางจากหลายภาคส่วนบนฐานของข้อมูลและวิทยาศาสตร์ เวทีนี้ยังมุ่งฟื้นการขับเคลื่อน พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ผ่านการมีส่วนร่วมของพรรคการเมือง ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม บทเรียนจากสภาลมหายใจในต่างประเทศชี้ว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความรู้ ความหวัง และการปฏิบัติการร่วมสู่สังคมอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม กล่าวว่า การประชุมระดับชาติว่าด้วยมลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 ตั้งอยู่บนบทเรียนกว่า 20 ปีของประเทศไทยที่เผชิญปัญหาฝุ่นละเอียดจากหลายแหล่งกำเนิด และก่อผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนกว่า 12 ล้านคน การประชุมนี้จึงเป็นเวทีความร่วมมือภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการปฏิบัติการเชิงพื้นที่ เป้าหมายสำคัญคือการบูรณาการทุกภาคส่วนและผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ พร้อมสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม คาดว่าผลลัพธ์จากเวทีนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว
ภายในงาน ยังมีเวทีสานเสวนาสาธารณะ ดังนี้
ห้องย่อยที่ 1 ภาคเมือง ภาคคมนาคม และภาคอุตสาหกรรม
ห้องย่อยที่ 2 ภาคป่าไม้
ห้องย่อยที่ 3 ภาคเกษตร และมลพิษข้ามแดน
ห้องย่อยที่ 4 มลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ห้องย่อยที่ 5 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
โดย วช. เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเวทีเสวนาห้องย่อยที่ 5 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในประเด็น “ระบบข้อมูลขนาดใหญ่สู่การใช้ประโยชน์สาธารณะและเขตควบคุมมลพิษ” และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวกรรณิกา ดุรงคเดช ผู้อำนวยการภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเวทีเสวนาห้องย่อยที่ 5 ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงเรื่อง "แพลตฟอร์มการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5" ดร.ศรัณธร ภู่สิงห์ ผู้จัดการและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวถึงเรื่อง "แพลตฟอร์มการเชื่อมโยงข้อมูลสิ่งแวดล้อม" ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการสำนักนักพัฒนานวัตกรรมภูมิสารสนเทศ กล่าวถึงเรื่อง "ระบบข้อมูลขนาดใหญ่ สู่การใช้ประโยชน์สาธารณะและเขตควบคุมมลพิษ" ดร.ศักดา ตรีเดช จากกรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงเรื่อง "กระบวนการกำกับและตรวจสอบข้อมูลเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์" รองศาสตราจารย์ ดร.นเรศ เชื้อสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวถึงเรื่อง "ฐานข้อมูลการปล่อยสารมลพิษของแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ (Emission Inventory)" รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท สุวรรณหงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงเรื่อง "ระบบข้อมูลกับการจัดการเขตควบคุมมลพิษ" นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงเรื่อง "การใช้งานระบบข้อมูลขนาดใหญ่" ดำเนินรายการโดย อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ และนางสาวกรรณิกา ดุรงคเดช ผู้อํานวยการภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ทั้งนี้ วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และข้อมูลเชิงระบบ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา PM2.5 ในเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ อีกทั้งขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และนำองค์ความรู้ด้านข้อมูลขนาดใหญ่ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในการจัดการมลพิษอากาศอย่างเป็นรูปธรรม