วช. ร่วมกับ กอ.รมน. มอบนวัตกรรม เสริมศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ณ จังหวัดปัตตานี

วันที่ 25 ม.ค. 2026
114 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์ประสาน การปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานร่วมกับพันเอกกฤศณัฏฐ์ จันทร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ในพิธีส่งมอบนวัตกรรมในโครงการ “การพัฒนาการแปรรูปทรัพยากรพื้นถิ่นด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มมูลค่า และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน: กรณีศึกษากลุ่มวิสาหกิจ แปรรูปเนื้อแพะและแปรรูปสัตว์น้ำ” และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนายมะยาเซ็ง เจะเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลมายอ ให้การต้อนรับ ณ ที่ทำการกลุ่มสมาคมปลูกรักสร้างสุข  ตำบลมายอ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี 
นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า กิจกรรมการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมครั้งนี้ เป็นกิจกรรมภายใต้การดำเนินงานร่วมกับ ศปป.5 กอ.รมน. ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 วช. ได้สนับสนุนนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตและการแปรรูปทรัพยากรที่มีในพื้นถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย 1. นวัตกรรมกระบวนการเพิ่มปริมาณและยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวเกรียบปลา 2. นวัตกรรมเครื่องนึ่งไอน้ำระบบเบิร์นเนอร์ 3. นวัตกรรมโรงอบแห้งพาราโบล่า 4. นวัตกรรมระบบต้มปลาแบบต่อเนื่อง 5. นวัตกรรมระบบเป่าลมแบบสายพาน และ 6. นวัตกรรมกระบวนการเพิ่มปริมาณและยกระดับมาตรฐานการแปรรูปซากแพะเพื่อเชิงพาณิชย์ ที่พัฒนาโดยทีมคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เพื่อส่งมอบให้กับชุมชน ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี สงขลา ยะลาและนราธิวาส ต่อไป
พันเอกกฤศณัฏฐ์ จันทร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 กล่าวว่า ในปัจจุบันมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สินค้าและบริการมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการได้ เกิดการสร้างงาน อาชีพ และรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการฯ และขอขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ที่ได้สนับสนุนโครงการการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อชุมชนสังคม และขอขอบคุณคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ที่ได้ดำเนินโครงการวิจัยด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ทำให้เกิดผลงานวิจัยที่มีศักยภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนการเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะได้อย่างแท้จริง
นายมะยาเซ็ง เจะเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลมายอ กล่าวว่า ในนามของพี่น้องชาวตำบลมายอ ขอขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมถึงคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ที่ทำให้เกิดกิจกรรมในวันนี้ นับเป็นโอกาสอันดีของพี่น้องชาวตำบลมายอ ที่จะได้รับองค์ความรู้และนวัตกรรมในการเพิ่มปริมาณและยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวเกรียบปลา ของกลุ่มสมาคมปลูกรักสร้างสุข เพื่อสามารถนำไปต่อยอดสร้างอาชีพและรายได้ที่เพิ่มขึ้น สามารถผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน จำหน่ายได้มากขึ้นและเป็นที่ต้องการของตลาดต่อไป
ต่อมา ได้เดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลสะนอ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อส่งมอบ “นวัตกรรมเครื่องผสมน้ำยาล้างจาน” ในโครงการ “การประยุกต์และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่วิสาหกิจชุมชนสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและกำลังการผลิตของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมี นายอิบรอฮิม 
เจะเละ เกษตรอำเภอยะรัง ให้การต้อนรับ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง วช. และ กอ.รมน. มีความมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในการปฏิบัติ นำสู่ชุมชนที่มีศักยภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 วช. ได้สนับสนุนนวัตกรรมเครื่องผสมน้ำยาล้างจาน ที่พัฒนาโดยทีมคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อส่งมอบให้แก่พี่น้องเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลสะนอ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป โดย วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมเครื่องผสมน้ำยาล้างจานนี้จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตของวิสาหกิจชุมชนได้มากขึ้น ทำให้จำหน่ายและมีรายได้มากขึ้น
พันเอกกฤศณัฏฐ์ จันทร รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 กล่าวว่า นวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ ลดภาระด้านแรงงาน และสร้างโอกาสในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว และทิ้งท้ายด้วยการฝากถึงผู้นำชุมชนในการประสานให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน ส่งเสริมกลุ่มเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาให้เข้ามาร่วมกันทำงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และอยู่ในพื้นที่อย่างมีความสุขต่อไป
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรมในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ วช. ในการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และต่อยอดการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน