วันที่ 12 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปิดการอบรม “หลักสูตรเสริมสมรรถนะบุคลากรสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อพัฒนางานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ (RUSH) ระยะที่ 2” ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรม ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ อาทิ ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ นางสาวแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา เข้าร่วมงานเพื่อร่วมขับเคลื่อนการวิจัยที่ตอบโจทย์สังคมอย่างยั่งยืน
นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงผลสำเร็จจากโครงการระยะแรกพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยที่เข้าร่วมการอบรมที่สามารถพัฒนาข้อเสนอโครงการจนได้รับการจัดสรรทุนวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับหลักสูตร RUSH 2 ในปีนี้ ได้ยกระดับความเข้มข้นด้วยแนวคิด "สหวิทยาการ" เน้นการออกแบบผลกระทบ (Impact) และการสื่อสารอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของ วช. คือการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งมิตินโยบาย สังคม และชุมชน เพื่อให้องค์ความรู้จากงานวิจัยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม มากกว่าการเป็นเพียงผลงานทางวิชาการเท่านั้น
ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวแสดงความยินดีพร้อมระบุว่า ปัจจุบันไทยต้องปรับตัวให้ทันโลกควบคู่กับการใช้ทุนทางสังคมและภูมิปัญญาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหัวใจสำคัญคือการมีนักวิจัยที่เชื่อมโยงทฤษฎีเข้ากับความเป็นจริง และสามารถสื่อสารองค์ความรู้สู่ผู้กำหนดนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ หวังว่าหลักสูตรนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายความร่วมมือที่ไม่เพียงตอบโจทย์วิชาการ แต่ต้องเป็นที่พึ่งพิงให้แก่กลุ่มเปราะบางในสังคมได้อย่างแท้จริง
นางสาวแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา ได้กล่าวชื่นชมหลักสูตร RUSH ที่มุ่งเน้นการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงนโยบาย สังคม และพาณิชย์ และระบุว่าความท้าทายสำคัญของงานวิจัยคือการเปลี่ยนจาก "งานบนหิ้ง" มาสู่การใช้งานจริงที่เป็นรูปธรรม โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาพร้อมให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้และงานวิจัยมาเป็นฐานข้อมูลสนับสนุนกระบวนการนิติบัญญัติ ผ่านความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและการพัฒนาประเทศในทุกมิติ
ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปาฐกถาพิเศษระบุถึงความจำเป็นในการสร้างชุดความรู้ที่โดดเด่นเฉพาะตัว โดยไม่ตั้งข้อรังเกียจตะวันตกแต่ต้องไม่
ลอกเลียนทั้งหมดสู่การสร้างทฤษฎีจากรากฐานต้นทุนทางสังคมไทย ด้วยการสร้าง "สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ในบริบทไทย" เพื่อเป็นแม่แบบให้กลุ่มประเทศที่มีบริบทคล้ายคลึงกัน พร้อมเสนอแนวคิด "การทูตวิถีไทย" เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในเวทีโลกอย่างมีอัตลักษณ์ และย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ใช่สูตรสำเร็จสากล แต่ขึ้นอยู่กับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่ โดยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นจะต้องปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ใช่ยึดติดเพียงตำราที่เป็นสากลเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ หลักสูตร RUSH ระยะที่ 2 ในปีนี้ กำหนดจัดอบรมรวม 4 ครั้งทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นครั้งแรกที่รุงเทพมหานคร เพื่อเปิดเวทีให้บุคลากรศักยภาพจากทั่วทุกภูมิภาคได้เข้ามาร่วมบ่มเพาะทักษะ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน
ไฮไลต์สำคัญคือกระบวนการฝึกปฏิบัติการ (Workshop) และการให้คำปรึกษาเชิงลึก (Coaching) โดยผู้เชี่ยวชาญ หลังจากนั้นผู้เข้าอบรมจะได้พัฒนาข้อเสนอโครงการให้สมบูรณ์ภายใต้การดูแลของทีมที่ปรึกษา ก่อนเข้าสู่การนำเสนอผลงานรอบสุดท้าย (Final Pitching) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในลำดับต่อไป ซึ่งหลักสูตร RUSH จะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่ายนักวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป