วันที่ 16 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา สมาคมวิชาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษา และองค์กรมวยไทยทั้งในและต่างประเทศ จัดการสัมมนาและการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ สาขามวยไทย (International Muay Thai Seminar and Academic Conference 2026) ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน โดยมี ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และ รศ. ดร.ต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันมวยไทยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้บริหารจัดการศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
นางสาวศิรินทรพร เดียวตระกูล กล่าวว่า ปัจจุบันมวยไทยมิได้เป็นเพียงศิลปะการต่อสู้หรือกีฬาประจำชาติเท่านั้น หากยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา วัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ การยกระดับมวยไทยสู่ระดับนานาชาติ จึงจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ วช. ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนา “ศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก” เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ เชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และสังคม อย่างเป็นรูปธรรม โดยการจัดสัมมนาและประชุมวิชาการในครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันผลักดันมวยไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและได้รับการยอมรับในระดับสากล
การจัดสัมมนาและการประชุมวิชาการในครั้งนี้มีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งในรูปแบบการบรรยายและโปสเตอร์ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Martial Arts as Inclusive Practices: How Coaches and Teachers Need to Promote Social Justice and Diversity for Adolescents” โดย Professor Dr. Takahiro Sato จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น การเสวนาในหัวข้อ “มาตรฐานมวยไทยสู่ระดับโลก” รวมถึงกิจกรรมฝึกปฏิบัติในหัวข้อ “นวอาวุธ : ศิลปะมวยไทยขั้นสูง” พร้อมการแสดงคีตะมวยไทย จากโรงเรียนวัดหนองบัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของศิลปะมวยไทย ทั้งนี้มีนักวิชาการ นักวิจัย ครูมวยไทย นักกีฬา ผู้ฝึกสอน หัวหน้าค่ายมวย และนิสิตนักศึกษาจาก 12 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันมวยไทยสู่เวทีสากลในฐานะ Soft Power ที่สำคัญของประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ