วช.–สกสว. ผนึก ทช. กปม. และ อส. ลงพื้นที่ขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ณ จังหวัดสงขลาและพัทลุง

วันที่ 24 มี.ค. 2026
85 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วันที่ 22 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามแผนการดำเนินงานวิจัยภายใต้แผนงาน "การขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา" โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการติดตามแผนงาน P24 แก้ไขปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ ประเด็น การขับเคลื่อน การอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ศาตราจารย์ ดร.อุทัยรัตน์ ณ นคร รองศาสตราจารย์ ดร.อัจฉราภรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์ ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง และ ดร.นวรัตน์ ไกรพานนท์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดย ศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก วช. สกสว. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กรมประมง (กปม.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) ร่วมถึงสื่อมวลชน ลงพื้นที่ขับเคลื่อนแผนการดำเนินการวิจัย ณ พื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง   
นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ  รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำหายากอย่างโลมาอิรวดีให้คงอยู่คู่ระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน โดย วช. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงวิชาการที่ถูกต้อง เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นควบคู่กัน ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืนและสามารถรักษาประชากรโลมาอิรวดีให้คงอยู่คู่กับทะเลสาบสงขลา
ศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนแผนงานการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา เป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนแผนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งการอนุรักษ์โลมาอิรวดีไม่เพียงแต่เป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ การส่งเสริมอาชีพของชุมชน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไปควรเน้นการบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ และการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความยั่งยืนและสามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ได้ต่อไป
นายสันติ นิลวัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นำเสนอถึงสถานการณ์ของโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยปัจจุบันพบว่าประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องและรุนแรงแม้จะพบอัตราการตายน้อยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนประชากรที่เหลืออยู่ประมาณ 10 ตัวซึ่งอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงและวิกฤติ ทช. จึงเตรียมติดตั้งเครื่องมือ Hydrophone เพิ่มเติม เพื่อติดตามการแพร่กระจายและจำนวนประชากรโลมาอิรวดี เป็นการสำรวจเชิงบูรณาการและระบบรายงานการพบแบบใกล้เวลาจริงเพื่อการอนุรักษ์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน 
นายกิตติพงศ์ สงนุ้ย หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) กล่าวว่า การดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานจะสนับสนุนและส่งต่อซึ่งกันและกัน แม้ อส. จะไม่ได้ดำเนินการในส่วนของงานวิจัยเป็นหลัก แต่เป็นผู้ที่นำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ ในการกำหนดเขตห้ามทำประมงในพื้นที่ที่พบโลมาฮิรวดี เพื่อให้โลมาอิรวดีอยู่คู่กับทะเลสาบสงขลาต่อไป
นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง กรมประมง (กปม.) นำเสนอเกี่ยวกับวิถีประมงพื้นบ้าน และการทำซั้งบ้านปลา ซึ่งเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ สนับสนุนการใช้ประโยชน์พื้นที่ประมงอย่างเหมาะสม และเสริมสร้างศักยภาพการจัดการของชุมชน เป็นกลไกในการลดแรงกดดันจากกิจกรรมประมงที่ส่งผลกระทบต่อโลมาอิรวดี
นอกจากนี้ คณะฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ (ซั้งปลา) ในพื้นที่บ้านคลองขุด อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่ โดยมีวัดและสถานศึกษาให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้นับเป็นการเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนแผนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา” ภายใต้แผนงาน P24 การแก้ไขปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤตเร่งด่วนของประเทศ เพื่อให้แผนการดำเนินการวิจัยของโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนงานดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนต่อไป