วันที่ 25 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรม “ชุดผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุบำรุงดิน เพื่อยกระดับการผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน” ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองเมือง ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย พลตรี พลัฏฐ์ จันทร์ทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. โดยมี นายณัฐพรรษ วิวัฒน์วรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองเมือง กล่าวต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ลือพงษ์ ลือนาม หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน และนายสมบูรณ์ วงค์กาด รองศาสตราจารย์ ดร.ก่อโชค จันทวรางกูร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ร่วมลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดหนองเมือง ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการวิจัย และภาคความมั่นคง ในการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมศักยภาพชุมชนและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ วช. ร่วมกับ กอ.รมน. ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยผ่านกลไกศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1-5 (ศปป.1-5) และสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (สนย.) เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2568 วช. ได้สนับสนุนนวัตกรรมอุปกรณ์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุทางการเกษตร ได้แก่ ชุดสับย่อยวัสดุ ชุดลำเลียงวัสดุ และถังผสมวัสดุ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระดับชุมชน ผลงานดังกล่าวพัฒนาโดยคณะนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เพื่อส่งมอบให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้นำไปใช้ประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
พลตรี พลัฏฐ์ จันทร์ทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน. และ วช. โดย กอ.รมน.มอบหมายให้ ศปป.1 ทำหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ การดำเนินโครงการมุ่งพัฒนาศักยภาพชุมชนให้สามารถพึ่งพาและจัดการตนเองได้ ผ่านการนำผลงานนวัตกรรมของนักวิจัยไทยไปขยายผลสู่การใช้งานจริงในระดับพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานวิจัย ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมมือกันดำเนินโครงการจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
นายณัฐพรรษ วิวัฒน์วรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองเมือง กล่าวว่า ในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนนวัตกรรมที่ทันสมัยนี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับวิสาหกิจชุมชน จากเดิมที่ไม่มีเทคโนยีช่วยสนับสนุนและประสบปัญหาดินเสื่อมโทรมในการปลูกพืช การได้รับชุดนวัตกรรมผลิตปุ๋ยนี้จะช่วยให้ชุมชนสามารถผลิตปุ๋ยคุณภาพสูงใช้เองภายในชุมชน ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตอย่างปลอดภัยและมีรายได้ที่ยั่งยืนมากขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ลือพงษ์ ลือนาม หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ ให้สามารถลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์โดยนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งคณะนักวิจัยได้พัฒนานวัตกรรมการผลิตปุ๋ยชุดนี้ขึ้นให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในระดับชุมชน มีประสิทธิภาพในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สะดวกรวดเร็วและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคณะนักวิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมชุดนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตกรในชุมชน สร้างรายได้และพัฒนาศักยภาพการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตชุดนวัตกรรมสำหรับผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุบำรุงดิน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ลือพงษ์ ลือนาม อาจารย์อภิดุล แก้วกับทอง จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนโรงเรียนวัดหนองเมือง รวมถึงตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่
ทั้งนี้ กิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคการวิจัย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุนให้เกษตรกร และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป