สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับการวิจัยและนวัตกรรมในมิติใหม่" รุ่นที่ 7 ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2569 ในระหว่างวันที่ 23 - 25 มีนาคม 2569 เพื่อบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอาจารย์รุ่นใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏให้สามารถจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับทิศทางการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิของ วช. และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้าร่วมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้กว่า 200 คน ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) ณ ศูนย์สารสนเทศการวิจัยกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาคาร วช. 8
นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพอาจารย์รุ่นใหม่ให้สามารถจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวทางการวิจัยและนวัตกรรมในมิติใหม่ อันจะนำไปสู่การสร้างผลงานวิจัยที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในเชิงวิชาการ เชิงพื้นที่ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
ในการฝึกอบรมดังกล่าว ได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.โกสุม จันทร์ศิริศาสตราจารย์ ดร.ปรินทร์ ชัยวิสุทธางกูรศาสตราจารย์ ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโชศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ศิริเกษม ศิริลักษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา ชัยรัตนาวรรณ รองศาสตราจารย์ ดร.พัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชคนายสมบูรณ์ วงศ์กาด ดร.อรสุดา เจริญรัถ และ ดร.นงรัตน์ อิสโร ร่วมบรรยายในหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับหลักการจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างมีคุณภาพ และการขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมเชิงพื้นที่สู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ
การฝึกอบรมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพอาจารย์รุ่นใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้มีความพร้อมด้านองค์ความรู้และทักษะการวิจัย สามารถพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป