ไทย–ญี่ปุ่น เดินหน้า TAIST–Science Tokyo ระยะที่ 5 “พันธุ์เพิ่มศักดิ์” รองปลัด อว. ชี้เป็นกลไกสำคัญปั้นบุคลากรขั้นสูง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต

วันที่ 24 เม.ย. 2026
35 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

ไทย–ญี่ปุ่น เดินหน้า TAIST–Science Tokyo ระยะที่ 5 “พันธุ์เพิ่มศักดิ์” รองปลัด อว. ชี้เป็นกลไกสำคัญปั้นบุคลากรขั้นสูง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต

 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงการดำเนินงานโครงการ TAIST–Science Tokyo ระยะที่ 5 โดยมี ดร.สมบูรณ์ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายฮิโรกิ อะคาสากะ เลขานุการตรี และผู้อำนวยการฝ่ายสารนิเทศ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วม ณ ห้อง SD-601 อาคาร Science Delight อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

 

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการ TAIST–Science Tokyo ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถพัฒนากำลังคนที่มีทักษะขั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ไม่เพียงช่วยยกระดับศักยภาพด้านการศึกษาและการวิจัยของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

“กระทรวง อว. มีความเชื่อมั่นว่า การดำเนินงานในระยะที่ 5 จะสามารถต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ผ่านมา และขยายความร่วมมือไปสู่สาขาใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป” รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว

 

โครงการ TAIST–Science Tokyo เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งพัฒนากำลังคนระดับบัณฑิตศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกับสถาบันชั้นนำของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์ในห้องปฏิบัติการระดับนานาชาติ