วช. ร่วมเวทีระดับสูง“China and Neighboring Countries High-Level Think Tank Forum (2026))” ยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน มุ่งเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และวัฒนธรรม ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 30 เม.ย. 2026
43 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. ร่วมเวทีระดับสูง“China and Neighboring Countries High-Level Think Tank Forum (2026))” ยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน มุ่งเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และวัฒนธรรม ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

วันที่ 28 เมษายน 2569 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ วช. เข้าร่วมการประชุมผู้บริหารระดับสูงระหว่างจีนและประเทศเพื่อนบ้าน (China and Neighboring Countries High-Level Think Tank Forum (2026)) ณ สถาบันวิจัยประวัติศาสตร์จีน (Chinese Academy of History, CAH) กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างครอบคลุมและแบ่งปันอนาคตที่เจริญรุ่งเรือง (Pursuing Extensive Development and Sharing Prosperous Future)” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและส่งเสริมความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสถาบันวิจัยในภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้แทนจาก 20 ประเทศเข้าร่วมพิธีเปิด โดยมี Professor Gao Xiang ประธานสังคมศาสตร์จีน นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย และประธานคณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-จีน รวมทั้ง Dr. Hyun Oh-Seok อดีตรองนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐเกาหลี

ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการพลาซ่า เป็นผู้กล่าวเปิดงานฯ

 

Professor Gao Xing กล่าวถึงความสำคัญของการสัมมนาในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการมองย้อนถึงอดีตเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน และได้เน้นย้ำถึง 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1) การสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือบนพื้นฐานของความเปิดกว้างและการได้ประโยชน์ร่วมกัน 2) การเสริมสร้างความมั่นคงในระดับภูมิภาคผ่านนโยบายที่ชัดเจนและการป้องกันภัยคุกคามร่วมกัน และ 3) การสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ผ่านความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี พร้อมกล่าวถึงบทบาทของโครงการ Belt & Road Initiative ในการสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูง ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม และความร่วมมือในสาขาที่เกิดใหม่ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ สำหรับประเทศไทย จะมีการพัฒนาความร่วมมือในด้านโบราณคดีร่วมกันระหว่าง วช.และ CASS เป็นต้น

นายพินิจ จารุสมบัติ ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย - จีน ภายใต้แนวคิด “จงไท่ อี้เจียชิน” “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” พร้อมเน้นย้ำบทบาทของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีการวิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญ

ขณะที่ Dr. Hyun On-Seok ได้เสนอ 3 แนวทางสำคัญ คือ 1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเศรษฐกิจโลก 2) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3) การดำเนินนโยบายที่โปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุน เพื่อรักษาเสถียรภาพและระบบเศรษฐกิจโลก 

 

ภายในงานฯ มีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

• ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ 

• การพัฒนาเศรษฐกิจ

• การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม 

 

ในโอกาสนี้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยนำเสนอหัวข้อ “Thailand-China Continuous Partnership to Elevate Cultural Exchanges” ซึ่งเน้นบทบาทของความร่วมมือทางวัฒนธรรมในฐานะกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงนโยบายระดับสูงของทั้งสองประเทศ

 

นางสาวศิรินทร์พรฯ กล่าวว่า “การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและจีนเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงนโยบายผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ความร่วมมือไทย – จีน ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ผ่านการจัดตั้งสถาบันขงจื๊อในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผ่านโครงการแล่นเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิชาการ เพื่อลดช่องว่างทางสังคมและเสริมสร้างความเข้าใจอัรดีตลอดจนความไว้วางใจของพี่น้องไทย-จีน และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความร่วมมือทางการวิจัย โดยการจัดตั้งศูนย์วิจัยจีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS-NRCT CCS) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายด้านการวิจัยระหว่างไทย-จีน ตลอดจนเป็นกลไกในการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างสองประเทศ อันจะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกัน

 

การเข้าร่วมการประชุมนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ วช. ในฐานะหน่วยงานของประเทศไทย ได้กระชับความร่วมมือกับผู้บริหารระดับสูงจากจีนและประเทศในภูมิภาค ทั้ง เกาหลีใต้ ลาว อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา บรูไน ติมอร์-เลสเต ทั้งด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประเด็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่นคง มั่งคั่ง และการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาคร่วมกันในระยะยาว