อว. - กทม. ส่งมอบนวัตกรรมวัดแผ่นดินไหวและการเอียงของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล “ยศชนัน” ชี้ ไทยต้องมีเทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติคุณภาพดี มีมาตรฐาน ราคาเหมาะสม เร่งปรับระบบทุนวิจัยให้เร็ว–ยืดหยุ่น พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันที่ 9 พ.ค. 2026
18 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

อว. - กทม. ส่งมอบนวัตกรรมวัดแผ่นดินไหวและการเอียงของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล “ยศชนัน” ชี้ ไทยต้องมีเทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติคุณภาพดี มีมาตรฐาน ราคาเหมาะสม เร่งปรับระบบทุนวิจัยให้เร็ว–ยืดหยุ่น พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติในโรงพยาบาล ซึ่งคืออุปกรณ์ตรวจวัดการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว และอุปกรณ์วัดการเอียงตัวของอาคาร โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์ ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและนักวิจัย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ นางสาวนางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เข้าร่วม ณ อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เขตดุสิต 

 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า หลังจากปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยพิบัติที่สำคัญครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแผ่นดินไหวและหลุมยุบขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และมหาอุทกภัยในภาคใต้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าทุกภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายระดับชาติที่ต้องการการบูรณาการ ทั้งนโยบาย การวางแผน การวิจัย และการปฏิบัติ โดยภัยพิบัติเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ คำถามสำคัญคือเราจะคาดเดาและรับมือได้อย่างไร นวัตกรรมเพื่อการจัดการภัยพิบัตินี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยประเทศไทยต้องมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง เพราะไม่มีใครเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้ดีเท่ากับคนที่อยู่หน้างาน

 

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า วันนี้เราได้เห็นความสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือ ทั้งจากหน่วยงานด้าน ววน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ กทม. ในการพัฒนานวัตกรรมเตือนภัยที่สามารถใช้งานได้จริงและได้มาตรฐานสากล ความแม่นยำในการแจ้งเตือนนั้นหมายถึงความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน เราได้เริ่มนำร่องการใช้งานนวัตกรรมนี้ในพื้นที่ กทม. และเตรียมขยายผลไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยเฉพาะการแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์ และการดูแลรักษาผู้ป่วยหนักในห้อง ICU ให้เป็นไปอย่างทันท่วงที 

 

“กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และเทคโนโลยี AI สำหรับการทำวิจัยอย่างเต็มที่ รวมถึงพร้อมปรับกระบวนการพิจารณาให้ทุนวิจัยให้มีความรวดเร็วและยืดหยุ่น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินและความต้องการของคนหน้างานอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือคนไทยต้องได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีคุณภาพดี มีมาตรฐานไม่แพ้ต่างชาติในราคาที่เหมาะสม แม้การพัฒนานวัตกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจะมีความท้าทาย แต่กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนทุกท่านอย่างต่อเนื่อง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า ขอชื่นชมและยกย่องนักวิจัย ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานหน้างานทุกท่านที่ทุ่มเททำงานอยู่เบื้องหลัง ท่านคือฮีโร่ของประเทศ ที่ช่วยสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

 

ทั้งนี้ วช. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน และเสริมศักยภาพการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติของประเทศอย่างเป็นระบบ และมุ่งสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดย วช. ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม ดังนี้ นวัตกรรม “TUSHM: ระบบตรวจสอบสุขภาพของอาคาร (Structural Health Monitoring: SHM)” โดย ศาสตราจารย์ ดร.นคร ภู่วโรดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังและประเมินสุขภาพของอาคารแบบเรียลไทม์ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการสั่นสะเทือนจากสถานที่จริง และนวัตกรรม “ระบบตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานอย่างเร่งด่วนหลังเกิดภัยพิบัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)” โดย รศ.ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สามารถตรวจสอบรอยร้าวอาคาร เพียงสแกน-ถ่าย-ส่ง พร้อมวิเคราะห์ และประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วยเทคโนโลยี AI