วช. ร่วมกับ กลไกภาคเหนือ และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมการนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ ปี 2568 “พลังวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ : ถอดบทเรียนความสำเร็จสู่การยกระดับการใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ อย่างยั่งยืน”
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับกลไกภาคเหนือ และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมการนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ ปี 2568 “พลังวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ : ถอดบทเรียนความสำเร็จสู่การยกระดับการใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก จังหวัดตาก ภายใต้โครงการ “กลไกบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากภาคเหนือ ปี 2568” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทนงศักดิ์ ยาทะเล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก กล่าวต้อนรับ และ ดร.ภัทรา มาน้อย หัวหน้าโครงการกลไกบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากภาคเหนือ ปี 2568 กล่าวรายงาน
นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในทุกระดับ เพื่อการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนบนฐานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการสนับสนุนโครงการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-based Research : CBR) ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่น ได้เข้าถึงฐานทรัพยากรการวิจัย ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน เกิดผลลัพธ์ทั้งทางด้านการพัฒนาศักยภาพของชุมชน นักวิจัยชุมชน/นวัตกรชุมชน ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่น ภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมนี้มีความสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการเชื่อมโยงในความเป็นเครือข่ายภาคเหนือ ความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ในการเชื่อมต่องานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การพัฒนา แก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคเหนือ ผ่านกลไกกระบวนการ CBR ที่เชื่อมั่นได้ว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี เกิดผลลัพธ์ ผลกระทบที่ยั่งยืนได้ต่อไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทนงศักดิ์ ยาทะเล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก กล่าวว่า นับเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 6 โครงการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นโอกาสอัน
ดีในการนำแนวคิดการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับงานวิจัยให้สามารถขยายผลและนำไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน และยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบทเรียนความสำเร็จและประสบการณ์การดำเนินงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ระหว่างเครือข่ายชุมชน นักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและเครือข่ายที่เข้มแข็ง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยที่เชื่อมโยงกับพื้นที่และชุมชน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจในระดับพื้นที่
ดร.ภัทรา มาน้อย กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการ “กลไกบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2568” ซึ่งสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนกลไกภาคเหนือขับเคลื่อนภายใต้แผนการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนท้องถิ่น (F10) และ แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (พรบ.) และกิจกรรมในวันนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นพื้นที่ภาคเหนือ ปี 2568 จำนวน 6 โครงการ ติดตั้งแนวคิดการจัดการความรู้ (KM) เพื่อยกระดับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในการขยายผลและใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ สร้างการเรียนรู้จากบทเรียนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสำหรับเครือข่ายชุมชน นักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่และใกล้เคียง รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายและขยายผลงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย การนำเสนอผลลัพธ์จากถอดบทเรียนและสังเคราะห์งานภายใต้แผนงานหลักพื้นที่ภาคเหนือ และเวทีเสวนา “บทเรียน สิ่งที่ได้ ความท้าทายใหม่ของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคเหนือ” โดยตัวแทนนักวิจัยเพื่อท้องถิ่น 6 โครงการ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีฝึกอบรมและสร้างการเรียนรู้ “การจัดการความรู้ (KM) เพื่อยกระดับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในการขยายผลและใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ โดย วิทยากรหลัก : รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา แก้วเทพ รวมถึงเปิดเวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็น จากผู้แทนจากหน่วยงานภาคี เครือข่าย นักวิจัย และผู้บริหาร วช. เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ ให้มีความสอดคล้องและเกิดประโยชน์กับสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวต่อไป