วช. จับมือ Fund for Scientific Research (FNRS) ของเบลเยี่ยม ลงนาม MoU ยกระดับความร่วมมือด้าน ววน. ระหว่างไทย-เบลเยี่ยม

วันที่ 6 มิ.ย. 2026
6 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. จับมือ Fund for Scientific Research (FNRS) ของเบลเยี่ยม ลงนาม MoU ยกระดับความร่วมมือด้าน ววน. ระหว่างไทย-เบลเยี่ยม

 

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วย นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้แทน วช. เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ Fund for Scientific Research (FNRS) ณ สำนักงาน FNRS กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม โดยมีนางกาญจนา ภัทรโชติ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ดร.สมเกียรติ กมลพันธ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) และนายณัฏฐ์ สวัสดิ์สาลี ที่ปรึกษา ร่วมเป็นสักขีพยาน

 

การลงนามครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม โดยฝ่ายไทยนำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และนางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมลงนามในนามของ วช. ขณะที่ฝ่าย FNRS นำโดย Prof. Rector Françoise Smets, President of the FNRS และ Prof. Véronique Halloin, Secretary General of the FNRS ร่วมลงนามเพื่อส่งเสริมการวิจัยร่วม การพัฒนากำลังคนด้านวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองประเทศ

 

ภายหลังพิธีลงนาม ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว โดย Prof. Véronique Halloin, Secretary General of the FNRS ได้นำเสนอภารกิจและกลไกสนับสนุนความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการแลกเปลี่ยนนักวิจัย โครงการวิจัยทวิภาคีและโครงการวิจัยพหุภาคีภายใต้กรอบความร่วมมือของสหภาพยุโรป พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและเบลเยียมที่เคยได้รับการสนับสนุนในหลากหลายสาขา อาทิ วิทยาศาสตร์สุขภาพและการแพทย์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและ เทคโนโลยีชีวภาพ นอกจากนี้ Prof. Véronique ยังได้นำเสนอข้อมูลความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยและเบลเยียม ซึ่งมีผลงานตีพิมพ์ร่วมกันเฉลี่ยประมาณ 150 เรื่องต่อปี ครอบคลุมสาขาสำคัญ ได้แก่ ฟิสิกส์และดาราศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์และชีววิทยา คณิตศาสตร์ ชีวเคมี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของเครือข่ายนักวิจัยของทั้งสองประเทศที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

ในโอกาสเดียวกัน นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำเสนอภารกิจและบทบาทของ วช. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเน้นบทบาทของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ การพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยและนวัตกรรมในทุกช่วงวัย ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการกับนานาประเทศ ผ่านกลไกการสนับสนุนโครงการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัย การจัดประชุมวิชาการและการสัมมนานานาชาติ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก

 

ด้านนางกาญจนา ภัทรโชติ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้แสดงความยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง วช. และ FNRS พร้อมเน้นย้ำถึงศักยภาพของความร่วมมือระหว่างไทย เบลเยียม และสหภาพยุโรป ในการขับเคลื่อนการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ พร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประสานความร่วมมืออย่างเต็มที่

 

ขณะที่ ดร.สมเกียรติ กมลพันธ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม) ได้เสนอแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพสูงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของทั้งสองประเทศ อาทิ เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว พลังงานหมุนเวียน และเกษตรอัจฉริยะ เป็นต้น

 

จากการหารือร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะริเริ่มความร่วมมือระยะแรก 2 สาขาหลักผ่านการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วม (Joint Workshop) ได้แก่ วิทยาศาสตร์การแพทย์ และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญร่วมกัน โดยมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง พัฒนางานวิจัยที่มีผลกระทบสูงและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต

 

การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง วช. และ FNRS ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรเบลเยียม อันจะนำไปสู่การขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลกและสนับสนุนการพัฒนาประเทศ