อว. เปิดปาฐกถาพิเศษ “ประเทศไทยกับบทบาทผู้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวิกฤตการณ์” ในงาน Thailand Research Expo 2026

วันที่ 26 มิ.ย. 2026
12 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

อว. เปิดปาฐกถาพิเศษ “ประเทศไทยกับบทบาทผู้นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวิกฤตการณ์” ในงาน Thailand Research Expo 2026

 

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประเทศไทยกับบทบาทการเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในวิกฤตการณ์” ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงาน และประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) กล่าวรายงาน ซึ่งมี เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย นักวิจัย คณาจารย์ เข้าร่วม ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

 

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ท่ามกลางความท้าทายของโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคอุบัติใหม่ ภัยธรรมชาติ หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับศักยภาพของประเทศให้สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระทรวง อว. ได้กำหนดนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้างอาชีพแห่งอนาคต การส่งเสริม Talent Mobility การผลิตบุคลากรทางการแพทย์รองรับสังคมสูงวัย การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ควอนตัม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและวิกฤตการณ์ในอนาคต

 

รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า เทคโนโลยี AI และควอนตัมได้ก้าวจากแนวคิดแห่งอนาคตสู่การประยุกต์ใช้จริงในหลากหลายสาขา ทั้งด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรมชีวภาพ การบริหารจัดการภัยพิบัติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประเทศ โดยผลงานวิจัยของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และ Machine Learning มาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาของประเทศ อาทิ ระบบติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วม ระบบเฝ้าระวังภัยแล้ง แพลตฟอร์มพยากรณ์ฝุ่น PM2.5 การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากอุทกภัยด้วยข้อมูลดาวเทียม และระบบสนับสนุนการป้องกันไฟป่า ซึ่งล้วนเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง หากประเทศไทยสามารถบูรณาการงานวิจัยเข้ากับนโยบายระดับชาติอย่างเป็นระบบ จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ ยกระดับความมั่นคงของประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต

 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดการบรรยายว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายที่มีความซับซ้อน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านทรัพยากร ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ จึงจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา ลดผลกระทบ และเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น วช. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม 

 

ประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) กล่าวว่า เครือข่าย RUN มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของประเทศในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาและยกระดับการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยการบรรยายพิเศษและการเสวนาในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อชี้ให้เห็นบทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ในการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศให้สามารถรับมือกับวิกฤตและความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง ยั่งยืน และมีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

 

ถัดมาเป็นการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ทางออกของประเทศในยามวิกฤต ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขับเคลื่อนได้อย่างไร” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอแนวทางการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและการเงิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำเสนอแนวทางการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมและมลพิษทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรน้ำ ลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ และสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

การเสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office)

 

ทั้งนี้ การจัดเวทีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของ Thailand Research Expo 2026 ที่สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนประเทศให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต