วช. ร่วมกิจกรรมส่งมอบต้นกล้าไม้มีค่า หนุนสร้างพื้นที่ทีเขียวในชุมชนอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 6 ก.ค. 2026
35 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. ร่วมกิจกรรมส่งมอบต้นกล้าไม้มีค่า หนุนสร้างพื้นที่ทีเขียวในชุมชนอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี

 

วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้า ร่วมกิจกรรม “ส่งมอบต้นกล้าและปลูกไม้มีค่าเป็นแนวป่ากันชนริมน้ำ” ภายใต้โครงการวิจัยการบริหารจัดการปลูกไม้มีค่าริมน้ำเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศและเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชิงบูรณาการ จังหวัดสุพรรณบุรี โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิดกิจกรรม ร่วมกับ ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนาย ภูวนารถ จารุภูมิก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้นตาล ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ 

 

นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ วช. โดยได้ถึงบทบาทของ วช.ในการบูรณาการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กรมป่าไม้ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

โดย วช. รับผิดชอบในประเด็นการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ส่งเสริมการปลูกและบริหารจัดการไม้มีค่าอย่างเป็นระบบ สำหรับ “โครงการการบริหารจัดการปลูกไม้มีค่าริมน้ำเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศและเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนเชิงบูรณาการ จังหวัดสุพรรณบุรี” เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก วช. และสะท้อนถึงการนำผลงานวิจัยไปขยายผลสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและการกัดเซาะตลิ่ง ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ อันนำไปสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

วช. ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานได้ส่งมอบต้นกล้าไม้มีค่า ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นครัวเรือนจากชุมชนตำบลต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อนำไปปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการด้านไม้มีค่าจากหน่วยงานภาคี และร่วมกิจกรรมปลูกไม้มีค่าเป็นแนวป่ากันชนริมน้ำ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศ และลดผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง ตลอดจนขยายผลองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและวางรากฐานการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน