วช. จับมือ มช. ส่งมอบนวัตกรรม “Air for All” ขยายผลความสำเร็จงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ยกระดับการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ภาคเหนืออย่างยั่งยืน

วันที่ 6 ก.ค. 2026
63 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. จับมือ มช. ส่งมอบนวัตกรรม “Air for All” ขยายผลความสำเร็จงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง ยกระดับการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ภาคเหนืออย่างยั่งยืน 

 

วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (วช.) จัดกิจกรรมส่งมอบนวัตกรรม "Air for All : Research & Innovation to Impact ปีแห่งการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน" โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานคณะกรรมการติดตามแผนงาน"งานวิจัยนวัตกรรมและการใช้ประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนฝุ่นละออง PM2.5 แบบบูรณาการและมุ่งเป้า" เป็นประธานเปิดการเสวนาและส่งมอบนวัตกรรม พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ รศ.ดร.สมพร จันทระ หัวหน้าแผนงานและหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มช. ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินการและผลสำเร็จอันเป็นรูปธรรมของแผนงาน และนางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าววัตถุประสงค์ของการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ ผู้บริหาร วช. เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่

 

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา กล่าวว่า กิจกรรมเสวนาและส่งมอบนวัตกรรม "Air for All : Research & Innovation to Impact" ภายใต้แนวคิด "2 ปีแห่งการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรม สู่การใช้ประโยชน์จริง ขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน" สะท้อนทิศทางการวิจัยที่เน้นการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แผนงานได้บูรณาการองค์ความรู้หลากหลายศาสตร์ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การลดไฟป่าในภาคป่าไม้ การเชื่อมโยงระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และการขับเคลื่อนนโยบายควบคู่การสื่อสารเชิงรุก จนสามารถส่งมอบนวัตกรรมให้หน่วยงานและชุมชนนำไปดูแลและขยายผลต่อได้ด้วยตนเองแม้สิ้นสุดโครงการวิจัย สำหรับการจัดงานในวันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ส่งมอบผลงาน และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ชุมชนและเยาวชนต้นแบบในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมกันนี้ได้ประกาศก้าวสำคัญในปี 2569 ที่จะยกระดับจาก "งานวิจัยและนวัตกรรม" ไปสู่ "การสร้างระบบบริหารจัดการ" ที่เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และนโยบายเข้าด้วยกัน โดยมีจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่ต้นแบบเชิงระบบ เพื่อขยายผลสู่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนและวางรากฐานการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 ของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน

นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านแผนงาน "Air for All" โดยระบุว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนกระทั่งก้าวสู่ปี พ.ศ. 2568–2569 ซึ่ง วช. ได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ขับเคลื่อนแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น "ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)" โดยมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ การลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานให้ไม่เกิน 50 วันต่อปี, การลดสถิติผู้ป่วย COPD ที่แอดมิทครั้งแรกให้ไม่เกิน 1,000 คนต่อปี และการลดจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) จากการเผาในที่โล่งให้ไม่เกิน 5,000 จุดต่อปี ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวอาศัยการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนผ่านกลไก 6 มิติหลัก (Work Package) ประกอบด้วย ระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อการตัดสินใจ, การลดการเผาพื้นที่เกษตร, การลดการเผาและจัดการไฟป่า, การลดไอเสียจากคมนาคม, การลดฝุ่นควันข้ามพรมแดน และมิตินโยบายและการสื่อสารเชิงรุก เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

 

ภายในงานได้มีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ รางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับทีมเยาวชนที่ชนะเลิศในโครงการ "ต้นกล้าท้าหมอกควัน" พร้อมด้วยรางวัลรองชนะเลิศและรางวัลชมเชย รางวัลชุมชนต้นแบบด้านการจัดการไฟป่าและฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน จำนวน 12 ชุมชน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เพื่อยกย่องชุมชนที่มีการบริหารจัดการไฟและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พิธีส่งมอบงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ให้แก่หน่วยงาน ชุมชน และองค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อนำไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน อาทิแพลตฟอร์มบูรณาการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), ระบบ “FireD” และแพลตฟอร์ม “Fireman” ยกระดับการตัดสินใจและติดตามทีมปฏิบัติงานภาคสนาม, แพลตฟอร์มระบบจัดการเชื้อเพลิงป่าอัจฉริยะ ForestFuelWise, และระบบบัญชีการระบายมลพิษทางอากาศ พิธีมอบรางวัลให้แก่ชุมชนต้นแบบด้านการจัดการไฟป่าและฝุ่น PM2.5 จำนวน 9 ชุมชน และพิธีมอบรางวัลภาคีเครือข่ายความร่วมมือ 13 ภาคี

 

ทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และภาคีเครือข่าย พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือและขยายผลสำเร็จของแผนงาน "Air for All" ในทุกมิติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนกลไกการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและคืนอากาศสะอาดให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและระดับประเทศต่อไป