อว. ส่งเสริมการนำ ววน. พัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดย วช.ร่วมโชว์นวัตกรรมด้านความมั่นคงในงาน THAIDEF-EX 2026 ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์

วันที่ 8 ก.ค. 2026
69 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

อว. ส่งเสริมการนำ ววน. พัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดย วช.ร่วมโชว์นวัตกรรมด้านความมั่นคงในงาน THAIDEF-EX 2026 ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์

 

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจัดแสดงนิทรรศการของกระทรวง อว. ในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 (Thailand Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026) ภายใต้แนวคิด “Power of Self-Reliance” โดยนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคงที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. และสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมชมนิทรรศการ ณ ห้องประชุมศรีสมาน 2 อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) จังหวัดนนทบุรี

 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำเสนอผลการดำเนินงานและผลงานวิจัยด้านยุทโธปกรณ์และความมั่นคง พร้อมกล่าวว่า กระทรวง อว. มุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างความมั่นคง โดยมอบหมายให้ วช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย เชื่อมโยงนโยบายภาครัฐกับนักวิจัย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประเทศ พร้อมผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ตลอดระยะเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2563–2569) วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านยุทโธปกรณ์และความมั่นคง ภายใต้ 4 แผนงานสำคัญ ได้แก่ การดำรงสภาพยุทโธปกรณ์ การผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง การพัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์และระบบเฝ้าระวัง และเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์สองทาง (Dual-use Technology) โดยสนับสนุนงบประมาณให้กับงานวิจัยและนวัตกรรม 85 โครงการ ก่อให้เกิดผลงานพร้อมใช้ในภาคความมั่นคงในหลากหลายรูปแบบ และพัฒนานักวิจัย บุคลากร และกำลังพลของประเทศมากกว่า 2,400 คน สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์

 

ภายในนิทรรศการ วช. ได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนทุนและประสบความสำเร็จในการนำไปใช้จริง ครอบคลุมการดำรงสภาพยุทโธปกรณ์ ระบบเฝ้าระวัง การป้องกันภัย อาวุธประจำกาย และเทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพกำลังพล โดยมีผลงานเด่น อาทิ 

-แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับรถถัง VT4 พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนการนำเข้าแบตเตอรี่จากต่างประเทศ มีน้ำหนักเบา อายุการใช้งานยาวนานขึ้นกว่า 4 เท่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ และติดตั้งใช้งานจริงแล้วกับกองทัพบก

-ระบบเรดาร์ FMCW สำหรับตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ (UAV) สามารถตรวจจับเป้าหมายได้รอบทิศทาง 360 องศา ในทุกสภาพอากาศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังพื้นที่ ลดการพึ่งพาระบบเรดาร์จากต่างประเทศ และนำไปติดตั้งใช้งานจริงแล้ว

-ระบบประมวลผลและแสดงผลเรดาร์ DR-172ADV ยกระดับระบบเรดาร์เดิมให้มีมาตรฐานทางทหาร ช่วย ยืดอายุการใช้งานได้อีก 15 ปี และ ลดมูลค่าการนำเข้าจากต่างประเทศได้มากกว่า 500 ล้านบาทต่อชุด

-เครื่องกรองอากาศสำหรับหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ ผ่านมาตรฐานสากล สามารถป้องกันสารพิษอันตรายได้ 6 ชนิด และส่งมอบต้นแบบให้กองทัพบกใช้สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

-ปืนเล็กยาวขนาด 9 มิลลิเมตร ผ่านการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม ผลิตภายในประเทศ ช่วย ลดต้นทุนการจัดหาได้ไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อกระบอก พร้อมเริ่มส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐใช้งานแล้ว

-แขนกลอัจฉริยะควบคุมด้วยชีวสัญญาณ ใช้เทคโนโลยีตรวจจับสัญญาณกล้ามเนื้อเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทหารผ่านศึกและผู้สูญเสียแขน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ

 

ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของหน่วยงานด้านความมั่นคง สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงทั้งในภารกิจด้านความมั่นคงและการใช้ประโยชน์สองทาง (Dual-use Technology) ตอกย้ำบทบาทของกระทรวง อว. และ วช. ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสนับสนุนการพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน