“ยศชนัน” ตรวจเยี่ยมชมโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน นำกลไก อววน. ร่วมสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ณ จ.ยโสธร
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมมอบนโยบายการบูรณาการงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว. หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ ณ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้ติดตามผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และดำเนินการโดยวิทยาลัยชุมชนยโสธร โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ควบคู่กับระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อค้นหาและช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบางที่ตกหล่นจากระบบสวัสดิการ พร้อมทั้งเยี่ยมชมพื้นที่ต้นแบบการแก้ไขปัญหาความยากจนและศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความยากจนจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยใช้ฐานข้อมูลและงานวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์สาเหตุของความยากจน พร้อมนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากหน่วยงานด้านการวิจัย อาทิ วช. และ บพท. ไปพัฒนาทักษะอาชีพ (Up-skill) ให้สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของแต่ละครัวเรือน เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
โอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน เป็นประธานในพิธีมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้สู่ชุมชน พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่ 4 ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง ที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมแสดงความยินดี
ศูนย์วิจัยชุมชนทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย
* ศูนย์วิจัยชุมชนถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ ตำบลสงยาง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร พัฒนานวัตกรรมการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นถิ่น
* ศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน ตำบลหนองพอก อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด พัฒนาเทคโนโลยี Smart Farming สำหรับการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร
* ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์พีจีเอสศรีไคออแกนิค ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอร์รี่อินทรีย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่
* ศูนย์วิจัยชุมชนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนภูเขาไฟ GI ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การยกระดับคุณภาพผลผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์วิจัยชุมชนให้เป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่ชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว. ในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาใช้ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ
การติดตามลงพื้นที่ครั้งนี้ วช.ได้ร่วมนำกลไก “ศูนย์วิจัยชุมชนเข้มแข็ง“ เป็นอีกส่วนนึงของ Local Growth Engine เพื่อผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน