อว. ร่วม พม. ศธ. รง. และ กษ. จัดงาน ’’Thailand² ยกกำลังทุนมนุษย์’’ โชว์ผลงาน 90 วัน พลิกโฉมการศึกษา-อัปสกิล ยกระดับคนไทยทุกช่วงวัยเป็นฟันเฟืองติดปีกเศรษฐกิจใหม่

วันที่ 23 ก.ค. 2026
55 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

อว. ร่วม พม. ศธ. รง. และ กษ. จัดงาน 'Thailand² ยกกำลังทุนมนุษย์' โชว์ผลงาน 90 วัน พลิกโฉมการศึกษา-อัปสกิล ยกระดับคนไทยทุกช่วงวัยเป็นฟันเฟืองติดปีกเศรษฐกิจใหม่

 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารจักรพันธุ์เพ็ญสิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) รัฐบาลได้เปิดฉากงานสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ "Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์" โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในการสัมมนา ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 5 กระทรวงด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อประกาศยุทธศาสตร์ระดับชาติในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างผลลัพธ์แบบทวีคูณในการพัฒนาประเทศ ผ่านการยกระดับศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัยให้พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงเป็นการแถลงผลงงาน 90 วัน ของ 5 กระทรวงด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ 

 

ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยการดำเนินงานตลอด 90 วัน โดยระบุว่า ชาว อว. ทำงานอย่างหนัก ทั้งการสานงานเดิม และเพิ่มงานใหม่ เพื่อสร้าง Impact ให้เกิดขึ้นจริงกับสังคมไทย วันนี้ ขอพาไปดู 10 ผลงานไฮไลต์ที่เราลงมือทำเพื่อเข้าไปปลดล็อกปัญหาให้พี่น้องประชาชน เราเริ่มงานใหม่ด้วยการทะลวง Pain Point เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านนโยบาย ‘TCAS69 เท่าเทียม’ รัฐบาลอัดฉีดงบกว่า 147 ล้านบาท ช่วยสนับสนุนค่าสอบ ค่าสมัคร และระบบแฟ้มสะสมผลงานให้เด็กมัธยมปลายและผู้ปกครองกว่า 9 แสนคน ถัดมาคือการเอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาคลาสสิกของระบบราชการด้วย ‘AI ตรวจวิจัยซ้ำซ้อน’ สแกนโครงการไปเกือบ 8 พันโครงการ ประหยัดงบประมาณประเทศไปได้ถึง 72 ล้านบาทในปีแรก 

 

ด้านคนทำงานก็ต้องมีขวัญกำลังใจ เรากำลังเตรียมเสนอ ครม. ปรับเงินเดือนชดเชยให้พนักงานมหาวิทยาลัยกว่า 67,000 คน เพื่อดึงคนเก่งให้อยู่กับระบบอุดมศึกษาไทยต่อไป นอกจากนี้ ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับโปรเจกต์ ‘CE-7 MATCH’ ที่วิศวกรไทยจะได้ส่งอุปกรณ์วิจัยอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ร่วมกับจีนในเดือนสิงหาคมนี้ เป็นการโชว์ศักยภาพเด็กไทยในเวทีโลกอย่างแท้จริง

 

ในส่วนของการขยายผลงาน ได้ผลักดัน ‘Traffy Fondue’ ให้ครอบคลุม 37 จังหวัด เพิ่มฟีเจอร์วิดีโอและเมนูเพื่อคนตาบอด ช่วยเคลียร์ปัญหาให้ประชาชนไปแล้วถึง 1.9 ล้านเรื่อง ด้านสาธารณสุข เราอัปเกรด ‘Digital Healthcare’ ทำให้ผู้ป่วยกว่า 3.6 ล้านคนเข้าถึงการแพทย์ปฐมภูมิและฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น เรื่องปากท้องประชาชน ได้นำแพลตฟอร์ม ‘แก้จนแม่นยำ’ (PPAP) ไปชี้เป้าแก้ปัญหาให้ชาวบ้านกว่า 3 แสนครัวเรือนใน 20 จังหวัด และผลักดัน ‘Local Enterprises’ ยกระดับวิสาหกิจชุมชนจนสร้างรายได้เข้าพื้นที่สูงถึง 9,448 ล้านบาทต่อปี สำหรับเรื่องภัยพิบัติ เราใช้ Big Data และ IoT ขยายผล ‘น้ำมั่นคง 10 จังหวัด’ ป้องกันความเสียหายให้เกษตรกรไปกว่า 600 ล้านบาท ปิดท้ายด้วยความ ‘รถไฟไทยทำ’ ที่เราต่อยอดงานวิจัยจนเตรียมผลิตโบกี้เองในประเทศ ลดการนำเข้าและตั้งเป้าสร้างรายได้แตะ 700 ล้านบาทในปีหน้า ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ว่า เรานำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานผลงาน 90 วันที่มุ่งเน้นการยกระดับภาคการเกษตรอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การส่งมอบพันธุ์ข้าวใหม่ กข113 และ กข119 ควบคู่กับการส่งเสริมทำนาแบบเปียกสลับแห้งเพื่อมุ่งสู่ข้าวคาร์บอนต่ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อให้ถึงมือเกษตรกรในเวลาที่จำเป็น ไปจนถึงนโยบาย "ตลาดนำการผลิต" ที่กวาดล้างสินค้าเกษตรผิดกฎหมายไปแล้ว 146 คดี พร้อมเดินหน้าขยายตลาดส่งออกผลไม้ไทยและบินด่วนเจรจาแก้ปัญหากุ้งไทยในมาเลเซียเชิงรุก นอกจากนี้ยังผลักดันการเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และที่สำคัญคือการคืนความมั่นคงให้เกษตรกรด้วยการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมบูรณาการพักชำระหนี้และลดหนี้ให้เกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์รวมวงเงินสะพัดกว่าหมื่นล้านบาท

 

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายด้านแรงงาน โดยสามารถจัดหางานให้ประชาชนได้แล้วถึง 40,051 คน สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 4,858 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการเดินหน้าโครงการโรงงานปลอดยาเสพติด 2,172 แห่ง และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตนผ่านการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทันตกรรม 12 รายการครอบคลุม 7,897 สถานพยาบาล รวมถึงการผลักดันสูตรคำนวณบำนาญชราภาพใหม่ (CARE) ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว อีกทั้งยังเน้นย้ำความปลอดภัยด้วยการออกแนวปฏิบัติตรวจสอบมาตรฐานปั้นจั่นใหม่ และเดินหน้าขยายตลาดส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 3 หมื่นคน ผ่านความร่วมมือกับประเทศมาเก๊า อิสราเอล เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

 

ทางด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยเตรียมผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เข้าสู่สภาฯ ในช่วงปลายปี พร้อมดันไทยเป็นผู้นำภูมิภาคในโครงการ ASEAN Zero Dropout ดึงเด็กกลับสู่ระบบ และพัฒนาระบบ Education ID เพื่อลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังชูนโยบาย "คืนเวลาให้ครู คืนความสุขให้เด็ก" ด้วยการลดภาระงานเอกสาร ยกเลิกการประเมินที่ซ้ำซ้อน ผ่อนปรนเครื่องแบบนักเรียน และสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและระบบ Traffy Fondue รวมถึงการเตรียมความพร้อมการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล ทั้งการเข้าสู่ OECD และ PISA Roadmap 2029 เพื่อยกระดับทักษะเด็กไทยสู่การเป็นพลเมืองโลก รวมถึงการสานต่อโครงการ ODOS ที่ส่งเด็กไทยทุกพื้นที่ซึี่งยากจนไปเรียนต่อยังต่างประเทศ 

 

ปิดท้ายที่ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่โชว์ผลงาน 90 วันในการยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางทุกมิติแบบ "ทำได้จริง" โดยการนำเทคโนโลยีมาสร้าง Social Map เชื่อมฐานข้อมูลผู้เปราะบางกว่า 1 ล้านคนเข้ากับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมนำ AI ร่วมกับสายด่วน 1300 ช่วยเหลือผู้คนเร่งด่วนไปแล้วกว่า 3 หมื่นราย อีกทั้งยังเดินหน้าพลิกโฉมกฎหมายครั้งใหญ่ ทั้งการผลักดันเบี้ยคนพิการ 1,000 บาท และเบี้ยเด็กเล็ก 600 บาทแบบถ้วนหน้า เพิ่มวงเงินกู้สร้างอาชีพคนพิการเป็น 300,000 บาท ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยผ่านโครงการบ้านมั่นคง เคหะเพื่อคนไทย และโมเดลความร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ในการจ้างงานคนพิการและผู้สูงวัย เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้บริหาร และบุคลากร วช. เข้าร่วมงาน โดย วช. พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจของ อว. ในการพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะกำลังคนแห่งอนาคต และการสร้างโอกาสในการเข้าถึงวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ การสร้างรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน