วช. ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามโครงการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด ส่งเสริมเกษตรกรใช้วัตถุดิบท้องถิ่น สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 21 ส.ค. 2026
16 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ติดตามโครงการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด ส่งเสริมเกษตรกรใช้วัตถุดิบท้องถิ่น สร้างรายได้อย่างยั่งยืน 

 

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ลงพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “การเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดในระบบการเกษตรแบบผสมผสานร่วมกับการผลิตอาหารปลาโดยใช้วัตถุดิบ ในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า” ณ ชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา บ้านวังม่วง หมู่ที่ 3 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา 

 

โครงการ “การเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดในระบบการเกษตรแบบผสมผสานร่วมกับการผลิตอาหารปลาโดยใช้วัตถุดิบ ในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร บุญอนันธนสาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการผลิตอาหารปลา โดยเน้นการใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น ถ่ายทอดสู่เกษตรกรรายย่อยและส่งเสริมให้สามารถประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการลดต้นทุนค่าอาหาร ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่หลักการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด การจัดการบ่อและคุณภาพน้ำ การให้อาหาร การป้องกันโรค ตลอดจนการผลิตอาหารปลาจากวัตถุดิบในท้องถิ่น โดยเกษตรกรได้ฝึกคำนวณสูตรอาหารและลงมือผลิตอาหารปลาโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ผักบุ้งและสาหร่ายหางกระรอก เพื่อนำไปปรับใช้กับการเลี้ยงปลาของตนเอง ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดการต้นทุนและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชน พร้อมติดตามผลและรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ส่งเสริมการประกอบอาชีพ นำไปสู่การใช้ทรัพยากรทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว