วช. ร่วมกับ Aarhus University จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “Living Arts of Thailand” เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมไทย-เดนมาร์ก ณ Aarhus University,Denmark
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ Aarhus University,Denmark จัดสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อเรื่อง “Living Arts of Thailand Shared Cultural Heritage between Thailand and Denmark” ณ Aarhus University เมืองออร์ฮุส ราชอาณาจักรเดนมาร์ก ภายใต้ความร่วมมือทางการวิจัยและวิชาการด้านมรดกทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนา และได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ Aarhus University และ วช.ร่วมเป็นวิทยากรในการบรรยาย ได้แก่ Associate Professor Emeritus Mikael Gravers จาก Aarhus University, Denmark และ รองศาสตราจารย์ ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล จากสมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย และในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การจัดการพิพิธภัณฑ์ และการจัดการศิลปะและหัตถศิลป์ไทยของ วช. พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. อนรรฆ ขันธะชวนะ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เป็นผู้ดำเนินรายการ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การสัมมนาทางวิชาการครั้งนี้ เป็นอีกกลไกของความร่วมมือทางวิชาการและกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมระหว่างไทยและเดนมาร์ก เป้าหมายของการเสวนาจะได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านงานศิลปะ หัตถศิลป์ และมรดกทางวัฒนธรรม โดย วช. ให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและยกระดับคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ ภายใต้การสัมมนาฯ ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนประเด็นสำคัญในหลายมิติ อาทิ การศึกษาคุณค่าของงานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีชีวิต (Living Arts of Thailand) การสืบสานและการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมร่วมระหว่างไทยและเดนมาร์ก ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานและการจัดการศิลปวัฒนธรรมที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับบริบทสากล
การจัดสัมมนาวิชาการร่วมกับ Aarhus University ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ วช. ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวัฒนธรรมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ พร้อมเสริมกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเดนมาร์กผ่านมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันอย่างยั่งยืน