วช. เปิดเวที “PDPA × Research Forum” เชิญนักวิจัยร่วมออกแบบแนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย

วันที่ 24 ส.ค. 2026
62 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. เปิดเวที “PDPA × Research Forum” เชิญนักวิจัยร่วมออกแบบแนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย

.

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “PDPA × Research Forum : เวทีแลกเปลี่ยนและพัฒนาแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับบริบทของงานวิจัย โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย เป็นประธานเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

.

รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ กล่าวว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้องกับการวิจัยตั้งแต่การออกแบบและเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และประมวลผล ไปจนถึงการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ การคุ้มครองข้อมูลจึงเป็นส่วนสำคัญของการวิจัยที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบ การประชุมครั้งนี้มุ่งนำความรู้และความตระหนักไปสู่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาแนวทาง เครื่องมือ และกลไกสนับสนุนที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในกระบวนการวิจัย ซึ่ง วช. ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ร่วมขับเคลื่อนและยกระดับแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) สำหรับการให้ทุนวิจัยและการดำเนินงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง

.

ภายในงานมีการบรรยายหัวข้อ “มุมมองและทิศทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกับการวิจัยของประเทศ” โดย พันตำรวจเอก ณัทกฤช พรหมจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สคส. ถ่ายทอดทิศทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมยกกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงและประเด็นความเสี่ยงในการจัดการข้อมูล รวมถึงทิศทางการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของงานวิจัยตั้งแต่การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย และการส่งต่อ ตลอดจนแนวทางและเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในการวิจัยอย่างเหมาะสม

.

นายดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation บรรยายหัวข้อ “ธรรมาภิบาลข้อมูลในองค์กร : จากหลักการสู่การปฏิบัติ” นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนและบริหารจัดการข้อมูลในระดับองค์กร ตั้งแต่การกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ การจัดกระบวนการทำงาน และการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการและใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ และเครื่องมือในการกำกับการดำเนินการธรรมาภิบาลข้อมูลในองค์กรที่ประยุกต์ในระดับองค์กรและงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ

.

ต่อด้วยเวทีแลกเปลี่ยน “การประยุกต์ใช้ PDPA ในงานวิจัย” โดย นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช. นางสาวพนารัตน์ อินนา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา สคส. ถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การวางแผนและออกแบบการวิจัย การเก็บรวบรวมและขอความยินยอม การใช้และส่งต่อข้อมูล การจัดเก็บและวิเคราะห์ ตลอดจนการเผยแพร่และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

.

จากนั้น ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมทำ Workshop “ร่วมออกแบบแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในงานวิจัย” แลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์ปัญหาและความท้าทายจากการปฏิบัติงานจริง และระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางและเครื่องมือที่เหมาะสมกับบริบทของงานวิจัย ผ่านการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นต่อแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) สำหรับการให้ทุนวิจัยและการดำเนินงานวิจัยของ วช. ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เข้าร่วมเสนอแนะ ให้ความเห็นและร่วมกำหนดแนวทางอย่างกว้างขวาง

.

การประชุมเชิงปฏิบัติการมีหน่วยงานที่ดำเนินการด้านการวิจัยและนวัตกรรม ภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน หน่วยนโยบายและหน่วยบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม จำนวน 112 หน่วยงาน โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ หัวหน้าโครงการ นักวิจัย ผู้ประสานงานโครงการ และผู้แทนหน่วยงานนโยบายและหน่วยบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เกี่ยวข้องกับการวิจัยในหลายระดับ ตั้งแต่การกำหนดนโยบายและการบริหารทุน ไปจนถึงการดำเนินงานวิจัยในระดับโครงการ

.

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเวทีครั้งนี้จะนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับพัฒนา แนวทาง เครื่องมือ และกลไกสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการวิจัย ให้มีความชัดเจน เหมาะสม และนำไปใช้ได้จริง อันจะช่วยให้นักวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการและใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบวิจัยไทยให้ใช้ข้อมูลเพื่อสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

ทั้งนี้ แม้การจัดเก็บข้อมูลวิจัยจะสามารถจัดเก็บตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและตระหนักคือต้องมีมาตรการในการเก็บ ดูแล รักษาเป็นอย่างดี