“ยศชนัน” ชูซินโครตรอนขับเคลื่อน Deep Tech สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูง
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ปลดล็อกขีดความสามารถของประเทศไทย: โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้าเพื่อวิจัย นวัตกรรม และอุตสาหกรรม” ในการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมซินโครตรอน เทคโนโลยีแสงขั้นสูง มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม ครั้งที่ 18 (AUM & SATI 2026) โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวง อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มอบหมายให้ ดร.ศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Country) จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจากการผลิตรูปแบบเดิม สู่การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Growth Engines) โดยเฉพาะเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์สำคัญที่ช่วยวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของวัสดุในระดับอะตอม เช่น การศึกษาวัสดุขณะแบตเตอรี่ทำงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งนี้ ซินโครตรอนต้องไม่จำกัดบทบาทเพียงเครื่องมือวิจัยพื้นฐาน แต่ต้องเป็นกลไกสร้างโอกาสทางธุรกิจ ส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ และดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงกลับมาร่วมพัฒนาประเทศ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิจัยต้องมุ่งสร้างการค้นพบใหม่ (Discovery) มากกว่าการตีพิมพ์ผลงานเพียงอย่างเดียว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ ประเทศไทยจึงต้องเชื่อมโยงจุดแข็งด้านองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และฐานอุตสาหกรรม เข้ากับการวิจัยและการใช้ประโยชน์จริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสให้แก่นักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม
“กระทรวง อว. มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และภาคอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เป็นฐานในการค้นพบองค์ความรู้ใหม่ ตั้งแต่การศึกษาโครงสร้างระดับอะตอม การออกแบบและพัฒนาต้นแบบ ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งชิปและเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า การแพทย์และยา เทคโนโลยีอวกาศ และวัสดุศาสตร์ขั้นสูง ยกระดับประเทศไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าใหม่ให้ประเทศ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ในโอกาสนี้ วช. ได้นำผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ “การรักษาคุณภาพอาหารปรุงสุกแช่แข็งและคุณค่าทางโภชนาการด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอน” “การพัฒนาวัสดุเซรามิกส์ตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติกย่อยสลายได้” และ “การพัฒนาเครื่องผลิตออกซิเจนบริสุทธิ์สำหรับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลขนาดเล็ก” สะท้อนการสนับสนุนงานวิจัยที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงกับการใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและสังคม
สำหรับงาน AUM & SATI 2026 จัดขึ้นโดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรม พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV ศักยภาพของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเครื่องใหม่ ตลอดจนสถานะของระบบลำเลียงแสงปัจจุบันและความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้ใช้ประโยชน์